ชีวิตคู่ที่ดี
Relationship

หลักการ 7 ข้อ เพื่อ ชีวิตคู่ที่ดี

หลายคนน่าจะเคยได้ยินการศึกษาชีวิตมนุษย์ที่ยาวนานที่สุดของ Harvard University มาบ้างว่า หัวใจของการมีชีวิตยืนยาว และมีความสุขคือการมีความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ก็คือ ชีวิตคู่ที่ดี นั่นเอง แล้วทำอย่างไรถึงจะมีชีวิตคู่ที่ดีหล่ะ วันนี้เราเลยเอา หลักการ 7 ข้อเพื่อ ชีวิตคู่ที่ดี จากที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต Stephanie Sarkis ที่ตีพิมพ์ลงใน Psychology today มาฝากกันค่ะ

1.ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน

ความเคารพในที่นี้ หมายถึง การให้ความนับถือ และการให้คุณค่าต่ออีกฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่ไม่ควรทำต่อคู่รักคือการดูถูก ดูหมิ่นอีกฝ่ายหนึ่ง หรือรู้สึกว่าอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ในฐานะที่ต่ำกว่า แย่กว่า ด้อยกว่าตลอด

ในความเป็นจริงคนสองคนอาจมีความถนัดกันคนละอย่าง หรือมีความรู้ หรือเก่งกันคนละด้าน ต่างฝ่ายต่างควรเห็นด้านดีของอีกฝ่าย และเคารพซึ่งกันและกัน คู่รักที่ฝ่ายหนึ่งพยายามอยู่เหนืออีกฝ่ายหนึ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะฝ่ายชาย อาจรู้สึกว่าควรอยู่เหนือฝ่ายหญิง เพราะกลัวจะถูกมองว่าไม่เก่งพอ พึ่งพาไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงเอง ฝ่ายหญิงก็ต้องการการชื่นชม และต้องการความภูมิใจในตนเองเช่นกัน

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการให้ความเคารพ และชื่นชมซึ่งกันและกัน ขอบคุณกันและกัน เพราะคนเรารู้สึกถูกรักได้ เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายเห็นว่าตัวเองมีคุณค่า มีค่า น่าชื่นชม ไม่ใช่การถูกกดให้อยู่ฝ่ายด้อยกว่า และต้องเป็นผู้ตามตลอดเวลา

2. ชีวิตคู่ที่ดี เห็นต่าง แต่ไม่แตกแยก

ในเรื่องบางเรื่องไม่ว่าจะเรื่องในบ้าน เรื่องลูก เรื่องเที่ยว เรื่องครอบครัว คู่รักกันอาจมีความเห็นต่างกันได้ แต่การเห็นต่างไม่ได้แปลว่า ต้องมีการทะเลาะ หรือการแตกแยก ความเห็นต่างอาจทำให้เกิดการพูดคุยถกเถียงบ้าง แลกเปลี่ยนความเห็น และรับฟังความเห็นของกันและกัน (โปรดอ่านอีกครั้ง มีการแลกเปลี่ยน และ “รับฟัง” ความเห็นของกันและกัน) แต่ไม่ได้แปลว่าต้องทะเลาะกันบ่อย ๆ

ในทางตรงกันข้าม คู่ที่ไม่เคยเห็นต่างกันเลย ไม่เคยถกเถียงกันเรื่องอะไรเลย ถือว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะมันอาจแปลว่าพวกคุณทั้งสองคนไม่เคยสื่อสารอะไรกันเลย หรือไม่ก็จริง ๆ แล้วมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังยอมตลอด ซึ่งการยอมตลอดไม่ได้ส่งผลดีต่อการดำรงชีวิตคู่ให้ยืนยาวมากนัก เพราะสุดท้ายแล้วจะต้องมีฝ่ายที่อึดอัด ไม่คนที่ไม่เคยได้พูดเลย คนที่ตัดสินใจตลอดก็อาจจะคิดว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ช่วยคิดอะไรเลย

และบางทีที่มีฝ่ายหนึ่งยอมตลอด ก็อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่ให้ความเคารพ และไม่เคยเห็นคุณค่าของความเห็นของตนเลยก็ได้ (แปลว่าจริง ๆ ไม่ผ่านตั้งแต่ข้อ 1 แล้วหล่ะ)

3.ตกลงกันเรื่อง เซ็กส์

สังคมไทยไม่ค่อยคุันเคยกับการคุยกันเรื่องเซ็กส์เท่าไหร่ เหมือนกับเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดถึงและแม้แต่ภายในครอบครัวเองก็แทบไม่เคยมีการสอน หรือคุยกันเรื่องนี้เลย แต่จริง ๆ แล้วเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งในชีวิตคู่ บางคู่สามารถเลิกกันเพราะเรื่องเซ็กส์ได้เลยทีเดียว

สำหรับเรื่องเซ็กส์ควรมีการคุยกันถึงความถี่ หรือวิธีการ หรือสถานที่ หรือเงื่อนไขบางอย่างที่ชอบ หรือไม่ชอบ ของทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตามเซ็กส์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรระวังการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง หรือทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียความรู้สึก หรือหมดความมั่นใจไป

4.ตกลงกันเรื่องของการเป็นพ่อและแม่

เรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงแค่หน้าที่การชงนมลูก ผลัดกันเฝ้าตอนกลางคืน แบ่งกันไปรับไปส่งโรงเรียนเท่านั้น แต่หมายถึงสไตล์การเลี้ยงลูกด้วย ซึ่งสไตล์การเลี้ยงลูกที่คุณ Stephanie พูดถึง มีด้วยกัน 3 แบบคือ

  1. Authoritarian คือ กฎคือ กฎ และตามนี้เท่านั้น ไม่มีข้ออ้างใด ๆ เช่น ต้องกินข้าวกี่โมง นอนกี่โมง ดูทีวี เล่นคอมได้แค่วันละกี่ชั่วโมง ช่วงเวลาไหน เป็นต้น
  2.  Authoritative คือมีกฎอยู่ แต่เด็ก ๆ บางที่ก็พอจะต่อรองได้บ้าง และพ่อแม่เป็นผู้ตัดสินเท่านั้นว่าจะเอาแบบไหน และเด็ก ๆ ต้องทำตาม
  3. Lenient คือ แบบปล่อย ๆ สบาย ๆ ให้เด็ก ๆ มีอิสระเสรี

เวลาที่พ่อและแม่ไม่ได้ตกลงกันเรื่องนี้บางครั้งอาจทำให้เกิดปัญหาได้ เพราะแนวคิดของการเลี้ยงแต่ละแบบนั้นไม่เหมือนกัน ฝ่ายที่อยากให้ลูกมีอิสระอาจจะเชื่อว่าเราสอนให้เขาคิดเองได้ แต่ฝ่ายที่มีกฎระเบียบอาจจะเห็นต่างว่า เด็ก ๆ ควรมีระเบียบวินัยเป็นพื้นฐานก่อนที่จะมีอิสระ

วิธีคิดที่ต่างกันของพ่อแม่อาจทำให้ลูกสับสน และพ่อและแม่เองก็อาจไม่พอใจวิธีการของกันและกัน จนนำไปสู่การทะเลาะได้ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ควรตกลงกันไว้ก่อน

5.ตกลงกันเรื่องเงิน

ควรมีการตกลงกันว่า จะรวมเงินเป็นกระเป๋าเดียวกันเลย หรือว่ากระเป๋าแยก

ถ้าคุณสองคนตกลงว่าจะรวมรายได้เข้าด้วยกัน แม้ว่าสองคนจะมีรายได้ไม่เท่ากัน ก็ไม่ควรมีบัญชีเล็กบัญชีน้อยส่วนอื่นอีก และถ้ามีใครจะใช้จ่ายของขนาดใหญ่ ราคาแพง ก็ควรเป็นการตัดสินใจร่วมกัน ตกลงให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นคนดูแลบิลต่าง ๆ ของในบ้านให้ชัดเจน และทำให้ได้ตามกำหนดทุกครั้ง

แต่ถ้าตกลงกันว่าจะแยกกระเป๋า วิธีนี้ไม่ได้ผิดแปลกอะไร และไม่ได้ทำลายความสัมพันธ์ของคุณทั้งสอง แต่อาจจะต้องตกลงกันว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนไหนบ้างภายในบ้าน โดยเฉพาะบิลต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายเป็นประจำ หรือว่าจะมีบัญชีกองกลางอีกกองที่ทั้งสองคนนำเงินมารวมกันตรงกลางก็ได้ เพราะว่าบางคู่ คนใดคนหนึ่งอาจมีรายจ่ายด้านอื่น ๆ ที่ต้องดูแล เช่น ต้องจ่ายเงินให้ทางญาติ พี่น้อง หรือพ่อแม่ ก็อาจจะอยากสามารถบริหารจัดการเงินของตัวเองโดยไม่กระทบกับอีกฝ่ายมากกว่า

อย่างหนึ่งที่ต้องระวังมาก โดยเฉพาะคู่ที่จดทะเบียนแล้ว แม้คุณตกลงจะแยกบัญชีกัน และต่างคนต่างบริหารบัญชีตัวเอง แต่หากมีการกู้หนี้ยืมสิน ควรจะปรึกษากันเสมอ เพราะปัญหาหนี้ที่บานปลาย แล้วอีกฝ่ายมารับรู้ทีหลัง อาจทำให้บานปลายเป็นปัญหาครอบครัวไปด้วยเลยได้

6.มีเป้าหมายในชีวิตร่วมกัน และมีมุมมองไปในทางเดียวกัน

คู่รักอาจจะมีความสนใจในคนละด้านได้ มีกิจกรรมยามว่างที่ต่างกัน แต่ก็สามารถมี ชีวิตคู่ที่ดี ได้ ถ้ามีเป้าหมายในชีวิต ไปในทางเดียวกัน เช่น เห็นตรงกันในเรื่องการดูแลสุขภาพ การมีกิจกรรมยามว่างพักผ่อนหย่อนใจบ้าง หรือการไปเที่ยวด้วยกัน เห็นตรงกันในเรื่องการเก็บเงินซื้อบ้าน หรือการเลี้ยงลูกให้มีความสุขสุขภาพแข็งแรง ซึ่งเรื่องเหล่านี้จริง ๆ แล้วสามารถสร้างให้เกิดการเห็นตรงกันได้ ถ้ามีการพูดคุยกัน ตกลงกัน อย่างเคารพในความเห็นของกันและกัน

นอกจากนี้ยังรวมไปถึง การที่ให้การสนับสนุนอีกฝ่ายในสิ่งที่เขาชอบ แม้เราอาจจะไม่อินมาก ถ้าไม่ได้สร้างความเดือดร้อน หรือเหลือบ่ากว่าแรงไป เช่นถ้าฝ่ายหญิงชอบการวิ่ง ไปวิ่งมาราธอน ฝ่ายชายถ้าวิ่งไปไหว อย่างน้อยไปรับไปส่ง ไปให้กำลังใจก็ยังดี

7.มีเรื่องสนุก ๆ ทำด้วยกันบ้าง

เรื่องสนุก ๆที่ว่าก็อาจจะหาเวลาทำอะไรร่วมกันบ้าง เช่น ทำกับข้าว เล่นกีฬา ไปเที่ยว ดูหนังฟังเพลง หรือแม้แต่การไปดูการแสดงของลูก ดูลูกเล่นกีฬา หรืออย่างน้อยถ้าคุณสองคนไม่มีกิจกรรมอะไรทำร่วมกันจริง ๆ กันพูดคุยกัน เล่าเรื่องราวแต่ละวันให้อีกฝ่ายฟัง ก็เป็นเรื่องสนุก ๆ เรื่องดี ๆ ของวันได้เลยหล่ะค่ะ

เท่าที่อ่านกันมา 7 ข้อ ถ้าคู่ไหน รู้สึกว่าคู่ของเรายังไม่ครบ หรือคู่ของเรามีประเด็นนี้ แต่อาจจะไม่เคยคิดว่าเป็นปัญหา อย่าลืมเอาไปปรับใช้กันดูนะคะ อย่างคู่ของเราเองก็ไม่ครบหรอกค่ะ 555 แต่น่าจะมีบางเรื่องที่เราอาจจะต้องคุยกันมากขึ้น หรือหาข้อตกลงล่วงหน้าไว้บ้างเท่านั้นเอง ของใครเป็นยังไงมาแชร์กันได้นะคะ วันนี้สวัสดีค่ะ

Reference : (ข้อมูลดัดแปลงจากบทความ) https://www.psychologytoday.com/us/blog/here-there-and-everywhere/201201/7-keys-healthy-and-happy-relationship