บ้านรก
House and Living,  Lifestyle

แก้ไข บ้านรก เริ่มจากความคิด ตอนที่ 1

สวัสดีค่ะ ปัญหาเรื่อง บ้านรก บางทีก็เรียกว่าปัญหาโลกแตก หลายครั้งที่เราเห็นรูปตาม Instragram ดูตาม youtube หรือแม้แต่ไปเดินดูร้านเฟอร์นิเจอร์ ทำไมอะไร ๆ ก็ดูสวยงามน่ามองไปหมด แต่พอเอามาใช้จริง เจอของเยอะ ๆ ของเราเข้าไป minimalism ที่วาดฝันไว้ก็กลายเป็น maximal รก ไปเลย

หรือเคยเป็นมั๊ยคะ จากห้องรก ๆ ตั้งใจมากว่าจะจัดห้องให้สวยงาม พยายามเพิ่มตู้เก็บของ เพิ่มพื้นที่จัดเก็บก็แล้ว เคลียร์ห้องให้เรียบร้อยก็แล้ว หลังจากเคลียร์ได้เรียบร้อยดังใจ เวลาผ่านไป 1 เดือน รกอีกแล้ว หยิบนั่นมาใช้หน่อย หานั่นหานี่หน่อย ทุกอย่างก็กลับมาเริ่มดูรกอีกแล้ว ไม่เข้าใจว่าบ้านที่สวย ๆ เรียบร้อยตลอดเวลานี้ เขามีแม่บ้านประจำมาคอยจัดให้รึเปล่า

เราเองก็เคยมีปัญหานี้นะคะ และเชื่อว่าหลายคนจะเคยได้อ่านหนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านครั้งเดียว ของ คนโด มาริเอะ หรืออย่างน้อยก็เคยได้ยิน เราเองเคยได้อ่านมาบ้าง และก็เอามาปรับใช้กับตัวเอง แต่วันนี้ก็อยากมาแชร์ไอเดีย บางส่วนก็นำมาจากหนังสือเล่มนี้ และบางส่วนเป็นทัศนคติส่วนตัว อยากเอามาแชร์กัน

ความคิด และความรก

ไม่ได้กำลังมาบอกว่า ความรกมาจากความคิดที่ไม่เป็นระเบียบ แต่อยากจะแชร์ความเห็นส่วนตัวว่า ความรก เกิดจากความคิดในการมองสิ่งของของเราเอง และความเคยชินที่จะไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งของเหล่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น บางครั้งเราก็มองว่าการจัดเก็บของไม่สำคัญเพราะว่าเดี๋ยวก็ต้องใช้อีก ก็หยิบออกมาใหม่อีก ก็วางไว้ข้างนอกไปเลยจะได้ไม่ต้องหยิบเข้าหยิบออก พอเราคิดแบบนี้กับของหลาย ๆ ชิ้นเข้าก็กลายเป็นของทุกชิ้นที่ใช้ก็จะวางอยู่บนโต๊ะ และโต๊ะก็จะไม่มีที่ว่างอีกเลย

บางคนอาจคิดมากกว่านั้นอีกคือ การจัดบ้านให้เรียบร้อย มันดูเรียบร้อยเกินไป ต้องรก ๆ หน่อยถึงจะดูมีชีวืตชีวา อันนี้ก็อาจจะแล้วแต่รสนิยมคน แต่เชื่อว่าหลายคนที่อ่านบทความนี้ก็คงอยากให้บ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่า

สำหรับที่มาแชร์ คือเราไม่ได้แค่ชอบให้บ้านเป็นระเบียบ แต่เราชอบความโล่ง ๆ แบบมินิมอล ดูแล้วสบายตา สบายใจ รู้สึกสงบเวลาได้เห็นบ้านเรียบ ๆ มีของไม่มากนัก ถึงมากทุกอย่างก็เก็บไว้ในตู้เรียบร้อยจากสายตาดี

ความคิดที่ช่วยแก้ปัญหาบ้านรก

มาถึงความคิดของเราที่อยากมาแชร์มีหลักการง่าย ๆ 2 ข้อเท่านั้นคือ

  • จัดระเบียบไม่พอ ต้องจัดระบบด้วย
  • เก็บเฉพาะของที่รู้ว่าจะใช้ตอนไหน (ไม่งั้นก็ทิ้ง) (หัวข้อนี้ต่อในตอนที่ 2 นะคะ)

จัดระเบียบ และจัดระบบ

หลายคนก็อาจจะสงสัยว่า จัดระเบียบไม่พอ ต้องจัดระบบด้วยคืออะไร สิ่งนี้เป็นเหตุผลที่ทำไมจัดบ้านแล้ว บ้านก็เรียบร้อยได้ไม่นาน ใช้ข้าวของไปซักพักก็จะรกอีก นั่นเป็นเพราะว่า เราไม่ได้จัดระบบของภายในบ้านนั่นเอง โดยการจัดระบบจะมีแนวคิดย่อย ๆ ดังนี้

ของทุกชิ้นต้องมีที่อยู่ชัดเจน

ให้เราคิดเหมือนกับของทุกชิ้นมีเป็นเหมือนคน ๆ หนึ่งที่ออกจากบ้านไปทำงาน สุดท้ายหลังเลิกงานก็ต้องกลับเข้าบ้าน แล้วภายในบ้านของเราก็เหมือนเป็นเมือง ๆ หนึ่งที่มีของต่าง ๆ ที่ผลัดกันออกมาทำงานให้เรา (น่ารักมั๊ยหล่ะ)

ทีนี้พอทุกคนต้องออกมาทำงาน สุดท้ายทุกคนก็ต้องกลับบ้าน ดังนั้นของทุกชิ้นควรมีที่อยู่ของตัวเองชัดเจน และทางที่ดีควรเป็นที่อยู่ที่เป็นที่จัดเก็บ ไม่ใช่บนโต๊ะ บนหลังตู้ที่เราต้องการให้มีความเรียบร้อย

ที่อยู่แบบนี้ของที่มีหมวดหมู่ชัดเจนอาจจะไม่ยาก อย่างเสื้อผ้าอยู่ในตู้เสื้อผ้า ช้อนส้อมอยู่ในลิ้นชักช้อนส้อม แต่ของอย่าง หนังสือ สมุด เครื่องเขียน กรอบรูป ของฝาก ต่าง ๆ อาจจะไม่ได้มีตู้ของมันอย่างชัดเจนมาก่อน เราก็อาจจะต้องแบ่งตู้เป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจนว่า ตู้นี้จะใส่หนังสือ ใส่เอกสาร ใส่เครื่องเขียน ใส่ตุ๊กตา ใส่กระเป๋า เป็นต้น

แก้ไขบ้านรก

อีกสิ่งที่สำคัญคือ ยิ่งที่อยู่ของสิ่งของเราชัดเจนเท่าไหร่ จะยิ่งเป็นระเบียบมากขึ้นเท่านั้นเช่น ถ้าเราตั้งใจให้ลิ้นชักอันหนึ่ง เป็นที่เก็บเครื่องเขียน ถ้าที่อยู่ที่เราให้กับเครื่องเขียนของเรากว้าง ๆ แบบนี้เครื่องเขียนทุกอันก็จะมาลงตรงในลิ้นชักนี้แบบทับถมกัน

แต่ถ้าในลิ้นชักเราแยกต่อว่า มีตะกร้าปากกาดินสอ ตะกร้ากรรไกร กาวและคัตเตอร์ ตะกร้าสีเมจิก และไฮไลท์ ตะกร้าเทปกาว และกาว แบบนี้ ของ ๆ เราก็จะมีที่อยู่ที่ชัดเจนขึ้นไปอีก (เหมือนมีหมู่บ้าน แล้วก็ต้องมีบ้านเลขที่ด้วย)

และอย่าลืม ของทุกชิ้นต้องกลับบ้าน หลังจากทำงานเสร็จด้วยนะคะ

ทุกชิ้นมีทางเข้าออกของตัวเองที่ไม่กระทบที่อยู่ของชิ้นอื่น ๆ

อันนี้เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้ระเบียบของภายในบ้านเสีย เมื่อเริ่มใช้ของไปซักพัก เมื่อซักครู่เราบอกว่าของทุกชิ้นต้องมีที่อยู่ของตัวเอง เพราะเมื่อของทุกชิ้นทำงานเสร็จ มันก็จะต้องกลับไปยังที่อยู่ของตัวเอง แต่บางครั้งที่อยุ่ที่กลับยากก็เป็นอุปสรรคของการกลับบ้านของสิ่งของของเรา

ยกตัวเอย่างเช่น ตู้เครื่องเขียนเมื่อสักครู่ ถ้าเราแบ่งของต่าง ๆ ใส่กล่อง แล้วเอากล่องทั้งหมดซ้อนกันเป็นตั้งใส่ในตู้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ถ้าเราต้องการของในกล่องล่างสุด เราก็ต้องรื้อกล่องข้างบนทั้งหมดลงมา เพื่อเปิดเอากล่องล่างเอาของ แล้วเก็บกลับเข้าไปใหม่ การทำแบบนี้ทำให้ยุ่งยากเกินไป แล้วพอจะต้องเก็บของอีก ก็ต้องรื้ออีกรอบ ในบางครั้งก็อาจจะจบที่ไม่เก็บเข้ากล่อง หรือเก็บใส่กล่องบนสุด ทั้ง ๆ ที่เป็นที่อยู่ที่ไม่ถูกต้องของสิ่งของชิ้นนั้น แต่เพราะว่าการเก็บให้ถูกกล่องมันยุ่งยากเกินไป

บ้านรก แก้ด้วยความคิด

พออีกซักพักจะหาของชิ้นเดิม ทีนี้ก็จำไม่ได้แล้วว่าอยู่กล่องไหน ก็เลยต้องเปิดทุกกล่องเพื่อหาของชิ้นนี้ ซึ่งยิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่ สุดท้ายไม่ใส่กล่องดีกว่า เพราะว่าวางไว้ข้างนอกเห็นชัดดีไม่ต้องหา

นี่เป็นตัวอย่างของการจัดระบบที่ไม่ดี เพราะว่าไม่เหมาะกับการใช้งาน สุดท้ายบ้านก็เลยรก แต่ถ้าเราย้อนกลับไป จะเห็นว่า ต้นตอของปัญหาคือ ที่อยู่ที่เราจัดให้สิ่งของของเราเป็นที่อยู่ที่ ถ้านับเป็นที่ดินก็เหมือนที่ดินตาบอด ไม่มีทางเข้าออกของตัวเองทำให้การจัดของแบบนี้ ล้มเหลว

กลับไปที่ตัวอย่างตู้เครื่องเขียนของเราจะดีกว่า ถ้าภายในตู้เราหาลิ้นชักเล็ก ๆ มาใส่ แล้วเราก็ดึงเปิดเฉพาะลิ้นชักเพื่อหยิบของที่เราต้องการ และของ ๆ เราก็กลับบ้านได้ง่าย เมื่อมันเสร็จภารกิจ เราก็จะคงความเป็นระเบียบของของที่เราจัดไว้ได้

เราคิดว่านี่เป็นไอเดียเดียวกับคุณคนโด มาริเอะ ที่ให้เราพับเสื้อแล้วเรียงกันในแนวราบ แทนที่จะเทินทับกันเป็นตั้ง ๆ แบบที่คนส่วนใหญ่ทำกัน เพราะว่าการเทินเสื้อทับกันเป็นตั้ง ๆ ทำให้หลายครั้งที่เราหยิบเสื้อตัวล่างออกมา กองสวยงามข้างบนก็ล้มเละเทะ และเราก็ไม่ได้มีเวลามาจัดใหม่ทุก ๆ ครั้งที่เราหยิบเสื้อ ดังนั้นการพับแล้วเรียงกันในแนวราบทำให้เราหยิบเสื้อตัวไหนก็ได้โดยที่ไม่กระทบกับความเป็นระเบียบของตัวอื่น ๆ

แก้ไขบ้านรก

การจัดที่อยู่ให้ของต่าง ๆ อยู่ใกล้ที่ทำงานของมัน

แปลว่าเวลาเราคิดว่าของแต่ละชิ้นจะเก็บตรงไหนดี ควรนึกด้วยว่าเรามักจะใช้มันตรงไหน ก็ควรจะจัดให้ของอยู่บริเวณใกล้ ๆ ตรงนั้น เช่น ตู้รองเท้าอยู่หน้าประตูบ้าน บางบ้านรู้สึกว่ากลัวจะมีกลิ่นก็เลยเก็บรองเท้าไว้หลังบ้าน แต่ต้องหยิบเข้าออกใส่ทุกวัน เดินไปเดินไปเดินมาลำบาก พอถอดแล้วก็เลยไว้ที่หน้าบ้านเลย นานวันเข้ารองเท้าที่เอาออกจากหลังบ้านมาใส่ ก็ไม่ได้กลับที่อยู่ของมันอีกเลย แต่ทิ้งไว้หน้าบ้าน เพราะว่าวันไหนอยากใส่คู่ไหนก็ใส่ได้เลยสะดวกดีแบบนี้ ก็ทำให้การจัดระเบียบบ้านของเราล้มเหลวอีกเช่นกัน

Flow ของของในบ้าน

ของบางอย่างภายในบ้านมี Flow ของมัน หมายถึงว่า ของบางชิ้นไม่ได้แค่ ออกมาให้เราใช้งาน แล้วก็กลับที่เดิม แต่บางชิ้นต้องมีจุดพักหลายจุด เช่น เสื้อผ้า หลังจากออกจากตู้เสื้อผ้า พอเราใส่เสร็จมันจะต้องไปกองรวมกับเสื้อผ้าสกปรกตัวอื่น ก่อนจะไปซ้ก แล้วก็ตาก แล้วก็รีด แล้วถึงจะกลับตู้เสื้อผ้าที่เดิมได้ เราต้องไม่ลืมที่จะจัดจุดพักต่าง ๆ ตาม Flow นี้ให้กับเสื้อผ้าของเรา เช่น เสื้อผ้ารอซักเราจะรวมกันไว้ตรงไหน พอซักแล้วตาก ถ้าแห้งแล้วเราไม่ได้จะรีดทันทีเราจะเอาไปไว้ตรงไหนในบ้าน แบบนี้ บางครั้งถ้าเราไม่ได้จัดสถานที่จุดพักไว้ เราก็อาจจะพบว่าบางบ้าน เสื้อผ้ารอรีดจะกองอยู่บนโซฟา หรือโต๊ะซักแห่ง หรือเสื้อผ้าสกปรกรอซักจะกองอยู่บนเครื่องซักผ้า เป็นต้น ถ้าเราไม่ได้จัดจุดพักให้กับสิ่งของเหล่านี้ บ้านเราก็จะรกได้

สรุป

ความคิดที่ทำให้เราสามารถแก้ไขบ้านรก ๆ ได้ข้อแรกคือการจัดระเบียบไม่พอ ต้องจัดระบบด้วย หมายถึงว่า

  • ของทุกชิ้นต้องมีที่อยู่ของตัวเองชัดเจน
  • ที่อยู่ที่ว่าต้องมีทางเข้าออกของตัวเองที่ไม่กระทบที่อยู่ของชิ้นอื่น ๆ
  • การจัดที่อยู่ให้ของต่าง ๆ อยู่ใกล้ที่ทำงานของมัน
  • ต้องจัดจุดที่เป็น Flow ของของในบ้านให้ดี

วันนี้แก้ไขบ้านรก เริ่มจากความคิดตอนที่ 1 ขอจบเพียงเท่านี้ก่อน อย่าลืมติดตามอ่านต่อ เรื่องการเคลียร์บ้าน ตอนที่ 2 กันนะคะ