ตู้เก็บของคอนโด
House and Living,  Lifestyle

ตู้เก็บของคอนโด แต่งเพิ่มแม้เฟอร์ครบ

สวัสดีค่ะ วันนี้อยากจะมาต่อเรื่องคอนโดเรือนหอ ของเราและสามี ที่กว่าจะได้เข้าอยู่จริง ๆ ก็แต่งงานกันไปเกือบปีเลยทีเดียว เพราะว่ามัวแต่ตกแต่งต่อเติมอยู่ 555 แม้ว่าจริง ๆคอนโดของเราจะเป็นคอนโดที่ให้เฟอร์นิเจอร์ครบอยู่แล้ว แต่เพราะว่าแม้ชีวิตสไตล์คนเมืองอย่างเรา อาจจะไม่ได้ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากในแต่ละวัน แต่ข้าวของนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว เราก็เลยยังคงเติมเพิ่ม เฟอร์นิเจอร์บิ๊วอิน และ ตู้เก็บของคอนโด เข้าไปอีก วันนี้จึงมาแชร์แนวคิดและผลงานให้เพื่อน ๆ ดู เผื่อใครเป็นไอเดียไปใช้ต่อได้ค่ะ

ทำไมไม่ซื้อแบบห้องเปล่าไปเลย

หลังจากเล่าเรื่องการตกแต่งคอนโดของตัวเองให้พี่สาวฟัง พี่สาวก็ถามว่าทำไมไม่ซื้อแบบห้องเปล่า แล้วให้เขาลดราคา ?? คำตอบคือ ไม่ทันได้คิดเรื่องนี้ 555 (หัวเราะทั้งน้ำตา) ตอนที่ดูห้องตัวอย่างก็รู้สึกว่าทุกอย่างดูลงตัวอยู่แล้ว พอจะมาอยู่จริง ๆ หาข้อมูลนั่นนี้ไป ก็รู้สึกว่าอยากได้อันนั้น อันนี้ในห้องบ้าง ก็เลยเกิดความไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีขึ้นมา

ข้อมูลส่วนใหญ่ที่เคยหามาจะมาจาก Youtube นะคะ ให้เพื่อน ๆ เผื่อใครที่ได้แต่งคอนโดเองทั้งห้อง จะเอาไปเป็นไอเดีย รับรองว่า คูลมาก ๆ แน่นอนค่ะ ไอเดียแต่งคอนโดขนาดเล็กสุดล้ำ

แนวคิดเรื่องเฟอร์นิเจอร์

เล็ก แคบ และไม่มีที่เก็บของ

“เล็ก แคบ และไม่มีที่เก็บของ ” เราว่าอันนี้เป็นปัญหาแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงเมื่อต้องเปลี่ยนที่อยู่อาศัยจากบ้าน มาเป็นคอนโด ก็แน่นอนหล่ะ แค่ฟังดูขนาดพื้นที่ใช้สอยของคอนโดเมื่อเทียบกับบ้าน มันต่างกันลิบลับ แต่สำหรับเราแล้วพอจะย้ายมาคอนโด ก็คิดว่า เราต้องมีปัญหานี้ให้น้อยที่สุด

พื้นที่แนวตั้งได้มาฟรี ๆ

แนวคิดนี้คิดว่าทุกคนที่อยู่คอนโด ยิ่งขนาดเล็กเท่าไหร่ ยิ่งต้องสนใจ เพราะว่าราคาคอนโดขึ้นกับขนาดพื้นที่แนวกว้าง แต่ถ้าเราใช้สอยพื้นที่แนวตั้งให้เต็มที่ เราจะพบกับที่เก็บของที่มากกว่าที่เราคิดเยอะเลยค่ะ

ตู้เก็บของคอนโด เติมให้สุดเพดาน

แนวคิดแรกของเราคือ เราอยากต่อ ตู้เก็บของคอนโด ขึ้นไปให้สุดเพดานให้มากที่สุด เท่าที่เราไม่รู้สึกอึดอัด ลองคิดดูว่า แค่ตู้หนึ่งแถวยาว ๆ ที่อยู่ติดเพดาน ถ้าเราเอามันมาตั้งที่พื้นแทนจะกินที่ขนาดไหน แต่พอต่อขึ้นไปด้านบนก็ทำให้ได้พื้นที่เก็บของมากขึ้น และที่แปลกอีกอย่างคือ การที่ตู้สูงสุดเพดานทำให้ห้องดูโปร่งโล่งขึ้น เพราะว่าตู้พวกนี้จะกลายเป็นเส้นนำสายตาทำให้ห้องของเราดูเพดานสูงขึ้นด้วย

ตู้เก็บของคอนโดครัว

คิดก่อนว่าตู้จะใส่อะไร ค่อยทำตู้ จะได้ไม่เสียใจ

อันนี้เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เราอยากแนะนำทุกคน เพราะว่าถ้าเราทำตู้ไปเรื่อย ๆ เยอะ ๆ ไว้ก่อนอย่างเดียว สุดท้ายอาจจะพบว่ามันใช้ประโยชน์ไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เช่นบางทีทำตู้เหมือนในแบบสวยมากเลย แต่พอจะใช้จริง ตู้ในแบบเอาไว้ใส่หนังสือ พอจัดสวย ๆ ก็ดูสวยดี แต่ชีวิตจริงห้องของเราไม่ใช่ห้องสมุดนะคะ พอจะใส่ของจริง ๆ ของใหญ่ ๆ ดันใส่เข้าตู้ไม่ได้ สุดท้ายกองที่พื้นเหมือนเดิม อันนี้ก็คงจะเซ็งมาก ๆ เลย

เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญเลยเราก็จะ แนะนำว่า

คิดก่อนว่าเรามีของอะไรบ้างที่ต้องเก็บไว้ในห้อง เป็นของประเภทไหน

จะได้กะขนาดของตู้ถูก

เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นเฟอร์นิเจอร์บิ๊วอินแบบเราเท่านั้น เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวเอง ก่อนจะซื้อก็ควรจะคำนึงเรื่องนี้เหมือนกัน จะได้รู้ว่าควรจะซื้อตู้ใหญ่ขนาดไหนดี

และอันนี้ยังเป็นข้อดีให้เรามีเป้าหมายในการหาเฟอร์นิเจอร์ด้วย ไม่ใช่แค่แบบลอยมาติดตั้งเอง หรือจะไปจ้างงานบิ๊วอินมาทำ การที่เรารู้ว่าเราต้องการอะไรบ้าง ก็ทำให้เราได้ของที่เราต้องการ และทางช่าง หรือ Interior ที่เราจะจ้างก็จะทำงานตอบโจทย์เราได้ง่ายขึ้นด้วย

แล้วเราวางแผนอะไรไว้บ้าง

อย่างของเราคิดไว้เยอะเลย จะเล่าให้ฟังอย่างงี้นะคะ

  • ถ้าตู้ล่าง ๆ ระดับที่ไม่ต้องเอื้อมมือ ต้องใส่ของจิปาถะได้ ใหญ๋สุดคือเอกสารใหญ่ ๆ หน่อยต้องใส่ได้ ขนาดความสูงก็จะประมาณ 40 cm โน๊ตบุคต้องสามารถเก็บเข้าไปในตู้ แล้วก็ปิดฝาตู้ได้ เพราะฉะนั้นตู้ก็จะลึกถึง 40 cm เหมือนกัน
  • ตู้ล่างต้องมีช่องใหญ่ที่ใส่เครื่องดูดฝุ่นได้ อย่างสายเครื่องดูดฝุ่นอันที่งอไม่ได้ ก็ยาวสุดประมาณ 60 cm เพราะฉะนั้นก็ต้องมีช่องหนึ่งที่มีความยาวพอ
  • ตู้ที่สูงขึ้นหน่อยระดับเอื้อมมือ ต้องมีช่องใหญ่สำหรับใส่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ ๆ ของแฟนเราได้ ก็ประมาณไซส์เครื่องดูดฝุ่นนี่แหละ
  • ตู้สูง ๆ เราจะทำใหญ่ ๆไว้ คิดไว้ว่าจะใส่ของใหญ่ ๆ ที่นาน ๆ ทีใช้ อย่างกระเป๋าเดินทาง 24 นิ้ว ลังใหญ่ ๆ ที่อยากเก็บไว้ ตุ๊กตาตัวใหญ่ ๆ ผ้านวมที่ไม่ได้ใช้ อย่างขนาดกระเป๋าเดินทาง ก็ประมาณ 65 x 45 x 30 cm
  • ต้องมีตู้รองเท้า ตู้รองเท้าก็ต้องลึกอย่างน้อย 35-40 cm แล้วก็เป็นแนวยาว ๆ หน่อย หรือมีหลาย ๆ ชั้น
  • มีโต๊ะทำงานสำหรับแฟนของเรา (เราชอบทำงานบนโซฟา เลยไม่ค่อยสนใจโต๊ะทำงานซักเท่าไหร่)

อันนี้ก็เป็นไอเดียหลัก ๆ ที่คิดไว้ หลังจากนั้นก็ลองดูว่าห้องของเรามีเฟอร์อะไรมาให้แล้วบ้าง แล้วเราขาดอะไร

ตู้รองเท้า

คอนโดเฟอร์ครบ

เราไม่แน่ใจ แต่คิดว่าคอนโดส่วนใหญ่ที่มีเฟอร์ก็จะมีแนวคิดเหมือนกันคือ มีเฟอร์ให้ครบกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ก็คือ เราต้องนอน ต้องกิน ต้องเข้าห้องน้ำ เพิ่มมาหน่อยก็ต้องมีมุมพักผ่อน หรือทำงาน แล้วก็ทำความสะอาดเสื้อผ้า เท่านี้ก็ครบแล้วสำหรับชีวิตประจำวัน แต่เรื่องตู้เก็บของอาจจะไม่ได้อยู่ใน Requirement ซักเท่าไหร่

แต่สำหรับเราเฟอร์เดิมที่คอนโดให้ เป็นของดีมากอยู่แล้ว (ยี่ห้อ Modern form ) แต่อาจจะขาดที่เก็บของไปหน่อย อย่างที่เราไล่เรียงไว้ก็ไม่น่าจะพอ ก็เลยถึงเวลาต้องหา เฟอร์นิเจอร์มาเพิ่ม เพื่อให้มีที่เก็บของมากขึ้น และ ตู้เก็บของ ที่เก็บของสุดเพดานอย่างที่เราบอกตอนแรก

ดีไซน์เองก็ดี จ้างดีไซเนอร์ก็ไม่เลว

มาถึงจุดนี้ ถ้าจะประหยัดพลังงานเรา ซื่งทำการบ้านมาดีพอสมควรแล้วก็แค่หา interior designer มาช่วยออกแบบให้เราได้ฟังก์ชั่นครบที่เราต้องการ และสวยงาม แต่ถ้าใครที่อยากลงมือทำเอง ก็อาจจะต้องเริ่มจากวัดสถานที่จริงก่อน แล้วก็ลองร่างแบบคร่าว ๆ ออกมาว่าวางตู้โต๊ะยังไงให้สวย และมีส่วนใช้สอยตามที่เราต้องการ

สำหรับห้องที่มีเฟอร์อยู่บ้างแล้วก็อาจจะง่ายตรงที่ มันมีพื้นที่เหลือให้ทำอะไรตามใจไม่มากนัก (อันนี้จะเป็นข้อดีรึเปล่าไม่รู้ แต่ทำให้การฟุ้งซ่านของเราอยู่ในวงจำกัดขึ้น) แต่ข้อเสียคือเฟอร์เก่าก็จะเป็นข้อจำกัดของเรา

ของเราเราลองคิดเองคร่าว ๆ ดูก่อนว่าเราจะวางอะไรตรงไหน ตู้รองเท้าอยู่ตรงไหนดี โต๊ะเขียนหนังสืออยู่ตรงไหนดี และตู้ใหญ่ ๆ ควรจะอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วก็ค่อยไปปรึกษาดีไซเนอร์ รวมกับไปลองเดินดูร้านเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ จะได้มีไอเดียเพิ่มขึ้นด้วย

แต่พองานไปถึงดีไซน์เนอร์แล้วก็ค่อนข้างสบายค่ะ เรียกว่าชี้นิ้วได้ ว่าตรงนั้นชอบ ตรงนี้ไม่ชอบ หรือจะแก้อะไรยังไงบ้าง น้องเขาก็จะเนรมิตทุกอย่างให้เสร็จสรรพ เลยทีเดียว

ตู้เก็บของคอนโดห้องนอน

ประตูตู้ หรือ ฝาตู้นั้นสำคัญเหมือนกัน

สุดท้ายแล้วที่อยากจะฝากแนวคิดเรื่องฝาตู้ ซึ่งได้คำแนะนำมาจากรุ่นพี่ที่น่ารักท่านหนึ่งที่มีประสบการณ์ทำบ้านมาก่อน

มีฝา VS ไม่มีฝา

เราจะมาพูดถึงข้อดี และข้อเสียของตู้ที่มีฝา และไม่มีฝากันบ้าง เผื่อหลาย ๆ ท่านจะเอาไปพิจารณาได้นะคะ

มีฝา

  • ข้อดีคือ ทำความสะอาดง่ายมาก ฝุ่นไม่เกาะ และดูเรียบร้อยเป็นระเบียบดี ก็แค่ปิดตู้ทุกใบ ไม่ว่าในตู้จะรกแค่ไหน เราก็ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นค่ะ
  • ข้อเสียคือ ดูทึบไปหมด และไม่ค่อยมีชีวิตชีวา อันนี้บางคนที่ชอบสไตล์มินิมอล อาจจะแย้งนะคะ แต่เราว่าตู้ที่ปิดทึบไปหมด ก็เหมือนตึกในเมือง แต่ตู้ที่เปิดให้เห็นด้านไหน ก็เหมือนกับตึกและบ้านตามชานเมือง ถึงมันจะไม่ดูเป็นระเบียบนัก แต่ดูมีชีวิตชีวามากกว่า

ไม่มีฝา

  • ข้อดี คือ ตู้ไม่มีฝา ถ้าเราวางของสวย ๆ งาม ๆ หรือดูมีระเบียบ จะเหมือนเป็นการตกแต่งห้องไปในตัว ทำให้ดูสวยงาม และมีชีวิตชีวา และอีกอย่าง ไม่ต้องเสียค่าฝาตู้รวมไปถึงกลไกบานพับ ราคาก็จะถูกลงไม่น้อยเลยค่ะ
  • ข้อเสีย คือ ทำความสะอาดยาก และมีฝุ่นจับง่าย รวมไปถึงถ้าเราเก็บของไม่เป็นระเบียบก็อาจจะดูรกรุงรังได้ค่ะ

อย่างไรก็ตามเราก็มีทางเลือกตรงกลางระหว่างมีฝากับไม่มีฝา ก็คือตู้กระจกนะคะ ฝุ่นไม่เยอะ และยังเห็นข้างใน แต่บางคนก็อาจจะบอกว่ากระจกก็ยิ่งทำความสะอาดยากกว่าเดิม มีรอยนิ้วมือ หรือรอยเปื้อนก็มักจะเห็นชัดอีกด้วย

ตู้เก็บของคอนโด

ฝาตู้ก็มีฟังก์ชั่นได้

ประตูตู้เองก็สามารถมีประโยชน์ได้ อย่างห้องของเรา เราตกลงกับแฟนว่าควรจะมีกระจกที่สามารถส่องดูทั้งตัวได้บานหนึ่ง เอาไว้สำรวจตัวเองก่อนออกจากบ้าน เราก็เลยเลือกใช้ประตูตู้บานหนึ่ง ออกแบบให้เป็นฝายาว ๆ แนวตั้ง แล้วก็ทำเป็นกระจกเงาไปเลย เอาไว้ส่องได้เต็มที่เลยค่ะ

หรือประโยชน์ของฝาตู้กระจกเงาอีกอย่างก็เป็นการตกแต่งห้องแบบหนึ่ง และสามารถทำให้ห้องดูกว้างโล่งขึ้นได้ด้วยค่ะ

วันนี้มาแชร์แนวคิดเรื่องเฟอร์นิเจอร์ ตู้เก็บของคอนโด กัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ การแต่งงานเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ชีวิตหลังแต่งงานจะเป็นยังไง อย่าลืมใส่ใจกันและกันนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม (No sponsor)
ขนาดห้อง 35 ตารางเมตร
Furniture by Younique