เคลมกระเป่าล่าช้า
Lifestyle,  These and Those

รีวิว เคลมกระเป๋าล่าช้า ในทริป Honey moon

วันนี้อยากมารีวิวการเคลมประกันการเดินทาง กรณี เคลมกระเป๋าล่าช้า ที่เราประสบมากรับตัว โดยเฉพาะเรื่องของเอกสาร เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ นะคะ (์No Sponsor ค่ะ แค่อยากเล่าสู่กันฟังเฉย ๆ นะคะ)

ทริปที่กระเป๋าล่าช้านี้เป็นทริปฮันนี่มูน ของเรากับแฟนเอง 555 ไปทริป Honey moon ก็มีเหตุการณ์ระทึกสนุก ๆ ให้ลุ้นกันเลยทีเดียว

ทริป Honey moon ของเรา

ทริปนี้เราเดินทางไป New Zealand เกาะใต้ค่ะ นั่งเครื่องไปลงที่ Christchurch ด้วยสายการบิน Qantus แต่ว่ามีการ Transit ที่ Sydney ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย และทางสายการบินเปลี่ยนให้ไปนั่ง Emirates แทน ไปลงที่ Chirstchurch เวลา Transit เครื่องมีแค่ ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น !!

วิ่งตั้งแต่ยังไม่ถึงที่หมาย

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เครื่อง Qantus ตอนที่ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพฯ เครื่องออกช้ากว่ากำหนดทำให้ไปถึงที่ Sydney ช้าไป 1 ชั่วโมง นั่นแปลว่า วิ่งเลยค่ะ กว่าเครื่องจะพร้อมให้เราลงจาก Qantus เครื่องที่ต้องต่อไป Christchurch ก็ Final call แล้วค่ะ ตอนนั้นวิ่งกันหน้าตั้งเลย พร้อม ๆ กับน้อง ๆ นักศึกษาคนไทยด้วยคนกันที่คงจะมาเที่ยวกัน

ตอนนั้นมีความรู้สึกว่า สนามบิน Sydney กว้างมากกว่าปกติเลยทีเดียวค่ะ วิ่งไปทางไหนก็งง ๆ ไม่รู้ Gate อยู่ตรงไหน แต่สุดท้ายก็ทันขึ้นเครื่องนะคะ แบบหอบแฮกกันเลยทีเดียว

ข่าวร้าย

พอลงถึงที่ Christchurch ตอนนั้นเวลาประมาณ บ่ายโมง ก็ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง จนถึงตอนที่ไปรอรับประเป๋า เจ้าหน้าที่สนามบินคนหนึ่ง ก็เรียกว่าคงจะมองหาหัวดำ ๆ อยู่นี่แหละค่ะ เดินมาถาม “Are you from Thailand?” แล้วก็แจ้งว่ากระเป๋าเราไม่ได้มากับเครื่อง เพราะว่าเคลื่อนย้ายไม่ทัน น่าจะเป็นเพราะเครื่องบินเรา delay คิดดูว่าขนาดเรายังวิ่งกันแทบไม่ทัน จะนับประสาอะไรกับระบบที่กว่าจะไปเอากระเป๋า แล้วย้ายเครื่องมา

เจ้าหน้าที่แจ้งต่อว่า กระเป๋าจะมาถึงวันพรุ่งนี้ตอน 8 โมงเช้าที่สนามบิน ช็อคไปค่ะ ตอนนั้น เพราะว่าวางแผนไว้ว่า เย็นวันที่ถึง Christchurch ก็จะออกนอกเมืองเลย แล้วพรุ่งนี้เช้า ก็จะไปต่ออีก ถ้าต้องย้อนกลับมาเอากระเป๋านี่คือ ที่พักและแผนทั้งหมดพังแน่นอน

แต่ก่อนที่เราจะเริ่มโวยวาย เจ้าหน้าที่ก็แจ้งต่อว่า จะบริการไปส่งกระเป๋าให้ถึงที่พัก ขอให้แจ้งชื่อที่พัก และที่อยู่มา ตอนนั้นรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย บอกเขาว่าจะไปต่างจังหวัดเลยนะ เขาก็ยินดีไปส่งให้ แต่บอกแค่ว่าจะช้าหน่อยแค่นั้นเอง

ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ ที่สนามบินให้มาเพียงกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่เป็นฉบับถ่ายเอกสารจากแผ่นที่เขาขอรายละเอียดกระเป๋าเดินทางของเราว่า ลักษณะเป็นแบบไหน สีอะไร และขอรายละเอียดที่พักที่จะไปส่งให้เรา ส่วนเรากับสามีก็เที่ยวต่อได้ตามสบาย

New zealand

เที่ยวโดยไม่มีกระเป๋าเดินทาง

เรากับแฟนโชคดีมากที่มีอุปกรณ์สำหรับล้างหน้าแปรงฟันติดในกระเป๋า เพราะว่าเครื่องบินนั่งข้ามคืนเราก็เลยติดไว้ และมีเสื้อกันหนาวกันลมติดไว้คนละตัว ส่วนเรามีเสื้อกันฝนติดในกระเป๋าด้วย ตอนที่ออกจาสนามบินที่ Christchurch ก็รู้สึกว่าไม่หนาวมาก ก็เลยตกลงกันว่า คงจะไม่ได้ซื้อเสื้อกันหนาวเพิ่ม คิดว่าน่าจะไหว พรุ่งนี้ก็ได้กระเป๋าแล้ว ก็เลยไปตามแผนเดินทางที่วางไว้

เรากับสามีพักแนวลุย ๆ หน่อยค่ะ เป็น Hostel ในห้องน้ำไม่มีอะไรให้นอกจากสบู่ล้างมือ กับผ้าเช็ดตัว !!! อย่างที่บอกว่าเรามีแต่อุปกรณ์แต่งหน้า กับล้างหน้าแปรงฟัน วันนั้นก็เลยอาบน้ำและสระผมด้วยสบู่ล้างมือ 5555 และใส่ชุดเดิมชุดนั้นนอน และใส่วันรุ่งขึ้นด้วย (อากาศหนาว ๆ ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีเหงื่อ)

เสื้อผ้าเป็นสิ่งจำเป็น

วันถัดมาเราไปเที่ยวกันที่ Mount Cook และนี้คือตอนที่เศร้าที่สุดในทริปเพราะว่าฝนตก มองไม่เห็นอะไรเลย และหนาวมาก เพราะว่าเสื้อกันหนาวที่มีอยู่ช่วยกันลมได้ก็จริง แต่ว่าค่อนข้างบาง ตอนแรกตั้งใจจะลุยฝนกันเดินเข้าไปเที่ยวหน่อยช่วงที่มันตกเบาลงแล้ว แต่เสื้อผ้าไม่เอื้ออำนวยมาก ๆ เสื้อกันฝนก็มีตัวเดียว สามีก็ให้เราใส่ แต่สามีเราก็หนาวมากจนเราว่าก็ไปต่อกันไม่ไหวเหมือนกัน (จุดนี้มีความโรแมนติก ติดฝนกันใน Shelter ร้าง แต่แต่งงานแล้ว เลยไม่มีความระทึกเหมือนในละครไทย 5555)

สุดท้ายก็เลยเป็นจุดที่ไม่ได้เที่ยวจริง ๆ ได้แต่นั่งดูรูปที่คนอื่นไปมา มันช่างสวยงามเหลือเกิน ก็ไม่เป็นไร ไว้มาซ่อมกันใหม่เที่ยวหน้า

New Zealand in rain
ไม่เห็นอะไรเลย และหนาวมาก

กระเป๋าที่รัก

สุดท้ายแล้วก็ไปหาอะไรร้อน ๆ กิน แล้วก็ขับรถไปที่พักที่เมือง Twizel ที่เรานัดให้กระเป๋ามาส่ง และกระเป๋าก็มาจริง ๆ เรียบร้อยดีทั้งสองใบ ดีใจมากที่ได้ใส่ชุดสะอาด ๆ และอุ่น ๆ

ความพยายามเคลมประกัน online

อ่านกรมธรรม์แล้ว สามารถชดเชยกระเป๋าล่าช้าได้ 1000 บาทต่อ 8 ชั่วโมงค่ะ คำนวนแล้ว กว่ากระเป๋าจะถึงเราอย่างน้อยก็ได้คนละ 2000-3000 บาท เลยทีเดียว ก็เลยตั้งใจว่า งานนี้ต้องเคลมแน่นอน

ตอนแรกเราพยายามจะรีบเคลมประกันทาง Online แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ระบบใน Online ยังทำงานไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กดไปกดมาเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น เราก็เลยกะว่ารอไปทำที่ไทยก็ได้

เอกสารในการเคลมประกัน

มาถึงเอกสารที่ต้องใช้กันแล้ว

  • เอกสารทั่วไปได้แก่
    • แบบฟอร์มขอเรียกสินไหมของบริษัทประกันที่เราทำ
    • สำเนา Passport และ Visa
    • สำเนาตั๋วเครื่องบิน
    • สำเนาหน้าสมุดบัญชีให้บริษัทประกันโอนเงินให้เรา
  • เอกสารจากทางสายการบิน หรือผู้คนส่ง ที่บอกระยะเวลาว่ากระเป๋าเราล่าช้านานขนาดไหน

เจ้าเอกสารชิ้นสุดท้ายนี่แหละค่ะ ที่เป็นปัญหา เพราะว่า ตอนที่กระเป๋ามาส่งที่โรงแรม เราก็ไม่ได้อยู่ที่โรงแรม และเขาก็ไม่ได้ทิ้งเอกสารอะไรไว้ให้ มีแต่กระเป๋ามาส่งเฉย ๆ เราเองก็ไม่มีข้อมูลว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้างก็เลยไม่มี

File reference และ Property Irregularity Report

ตอนแรกเราก็เข้าใจว่าเอกสารสุดท้ายอันนี้ ต้องขอที่สนามบินค่ะ ก็เลยส่งเมล์ไปที่ Christchurch international airport ว่า เราอยากได้เอกสารที่บอกรายละเอียดว่าส่งกระเป๋าให้เราถึงกี่โมง ผ่านไป 3 วัน เงียบกริบ ไม่มีใครตอบ

เราก็ไม่ยอมแพ้ค่ะ มีอีกที่คือ ลองขอกับสายการบิน เราก็ลองโทรไปที่สายการบิน Qantus ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ดีมากเลย เหมือนจะคุ้นเคยกับกรณีนี้อย่างดี ก็บอกว่าสามารถขอเอกสารที่ว่านี้ทาง online ได้นะ แล้วก็บอกวิธีการเข้าไปคร่าว ๆ เราก็วางสายแล้วลองทำดู สุดท้ายไปติดที่ข้อมูลอันหนึ่งที่เราไม่มีคือ “File Reference” คือไม่รู้มันคืออะไร ลองเอาเลข Tag กระเป๋าเวลาขึ้นเครื่องใส่ไป ก็บอกว่าไม่ใช่ จนสุดท้ายก็ต้องโทรไปที่สายการบินอีก

สายการบินบอกว่า “File reference” จะอยู่ใน “Property Irregularity Report” คุณพระ!! มันคืออะไรกัน ไม่รู้จักเลย ถามไปถามมาได้ความว่า “Property Irregularity Report” เป็นเอกสารที่จะได้จากที่สนามบิน แต่เจ้าหน้าที่สายการบินที่เราคุยทางโทรศัพท์แกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องไปขอที่ไหน

เนื่องจากเมล์ที่ส่งไปที่ Christchurch ก็เงียบกริบ เราก็เลยลองโทรไปที่สุวรรณภูมิ เผื่อว่าจะมีข้อมูล Link กันกับที่ปลายทาง (นี่คือไม่รู้อะไรเลยสุด ๆ) เจ้าหน้าที่ที่สุวรรณภูมิก็เก่งมาก อันนี้คือชื่นชมมาก หลังจากที่นางช่วยถามคนนั้นคนนี้ สุดท้ายก็โอนเราไปหาเจ้าหน้าที่ของ Emirates จ้า และเจ้าหน้าที่ของ Emirates ก็ช่วยค้นมาจนได้ File reference นั้นจริง ๆ น้ำตาจิไหล

รอ และรอ

หลังจากนั้นเราก็เข้าไปในเวปของ Qantus อีก แล้วก็กรอกตามข้อมูลที่ได้มา ในเวปไซด์บอกว่าให้รออีกประมาณ 15 วัน จะส่งเมล์มาให้ เราก็รอไปค่ะ

ในที่สุด!! เมล์ของ Qantus ก็ไม่ได้ตอบกลับมา 555 แต่คนที่ตอบเมล์กลับมาคือ Christchurch international airport !!! หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ก็พึ่งตอบเมล์มา พร้อมกับส่ง “Property Irregularity Report” มาให้ด้วย (แล้วทำไมไม่ให้ตั้งแต่แรก คือเหนื่อยเพลียมาก รู้สึกว่าตัวเองสู้สุด ๆ) ที่เริ่ดคือ นางบอกเวลามาให้ด้วยว่าได้ส่งกระเป๋าถึงโรงแรมที่ Twizel ของเรากี่โมง สวรรค์ทรงโปรดมาก ๆ

เคลมกระเป๋าเดินทางล่าช้า, File reference, Property irregularity report
เมล์จาก Christchurch international airport

สุดท้ายเราก็เลยใช้แค่เมล์อันนี้ ส่งไปให้ทางบริษัทประกัน เคลมกระเป๋าเดินทางล่าช้า และก็ใช้ได้ด้วย จบด้วยค่าทดแทนที่ไม่ได้ลุยเข้าไปใน Mount Cook ค่าทนหนาว และค่าที่ต้องสระผมด้วยสบู่ล้างมือ รวมกัน 6000 บาท

ก็จริง ๆ ก็ไม่ได้มากอะไร แต่ก็รู้สึกดีกว่าไม่ได้อะไรเลย (นาน ๆ ทีจะได้เคลมอะไร ก็เอาซะหน่อย)

สรุป

ถ้ามีใครจะ เคลมกระเป๋าล่าช้า อย่าลืมขอเอกสารที่บอกได้ว่า ระยะเวลาที่กระเป๋าล่าช้านั้นนานแค่ไหนนะคะ ถ้าย้อนเวลาได้ เราคิดว่าเราจะไปถามหาเอกสารอันนี้ตอนขากลับที่บินกลับไทยค่ะ เพราะว่าจริง ๆ เราก็ขึ้นเครื่องที่สนามบินเดิม เพียงแต่ตอนนั้นก็เที่ยว ๆ ไม่ได้มีเวลามานั่งหาข้อมูลจริงจังว่าต้องใช้อะไรบ้างกันแน่

ไปเที่ยวก็ต้องมีอะไรให้ลุ้นกันสนุก ๆ บ้าง จะได้มีรสชาติ ยังไงก็อย่าลืมทำประกันการเดินทางกันไว้นะคะ