Wedding

เอกสารจดทะเบียนสมรส และการเตรียมตัวจดทะเบียนสมรส

หลังจากงานแต่งแล้ว ก็ได้เวลาไปจดทะเบียนสมรส เพื่อให้เราและสามีเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายด้วย วันนี้เราก็จะมาพูดถึงการ เตรียม เอกสารจดทะเบียนสมรส ไปจนถึงขั้นตอนต่างๆ และหลายๆข้อสงสัยที่เราเองก็สงสัย และหาคำตอบมา เผื่อเพื่อนๆจะมีข้อสงสัยเหมือนกัน

เอกสารจดทะเบียนสมรส

เอกสารจดทะเบียนสมรส

  • บัตรประชาชน ของทั้งสองฝ่าย
  • ทะเบียนบ้านของทั้งสองฝ่าย (ตอนที่เราไปจดจริงๆไม่ได้ใช้เลยค่ะ)
  • สำหรับชาวต่างชาติ : หนังสือรับรองสถานะบุคคลจากสถานฑูต หรือสถานกงศุล และสำเนาหนังสือเดินทาง
  • พยาน 2 คน พร้อมกับบัตรประชาชน
  • หลักฐานการจดทะเบียนหย่า กรณีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน
  • สูติบัตรหรือทะเบียนบ้านของบุตร (กรณีมีบุตร)

สำหรับเราตอนที่ไปจดทะเบียนสมรส จริงๆใช้แค่บัตรประชาชนเท่านั้นเอง สำเนาทะเบียนบ้านไม่ได้ใช้ เข้าใจว่าทางเขตสามารถดึงข้อมูลขึ้นมาได้เลย

จดทะเบียนที่ไหนได้บ้าง

คำตอบง่ายๆก็คือจดได้ที่สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ โดยจะเป็นเขตหรืออำเภอไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเขตหรืออำเภอที่เราอยู่ เหมือนที่บางคนก็จะเลือกเอาชื่อเขตที่ชื่อดีๆ อย่าง บางรัก บางแค บางซื่อ สัมพันธวงศ์ หรือทวีวัฒนา เป็นต้น แต่ของเราก็เอาที่ใกล้บ้าน ไปสะดวกเลย ไม่คิดมาก

จดทะเบียนสมรสวันเสาร์อาทิตย์ ได้หรือไม่

เท่าที่เราสอบถามข้อมูลมา สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอหลายที่อาจจะเปิดวันเสาร์ครึ่งวันก็จริง แต่การจดทะเบียนสมรสเป็นบริการที่ไม่มีในวันเสาร์ เราก็เลยสรุปว่าต้องหาวันธรรมดาไปอยู่ดี (อาจจะดูยุ่งยาก แต่ก็ไม่ใช่ธุรกรรมที่ทำกันบ่อยๆ ก็ลางานกันซักหน่อยแล้วกันเนอะ)

ขั้นตอนการจดทะเบียนสมรส

ตอนแรกก็เข้าไปที่สำนักงานเขต ตอนนั้นก็บ่าย 3 แล้ว ไม่ค่อยมีคน ก็เลยไม่มีคิวก่อนหน้าเลย ไปถึงก็ไปนั่งรอที่โต๊ะนายทะเบียนเลย

อันดับแรกก็จะให้กรอก “คำร้องขอจดทะเบียนและบันทึกทะเบียนครอบครัว” (คร.1) ก่อน หลังจากนั้นนายทะเบียนก็จะถามคำถามว่า อยู่กันมานานแค่ไหนแล้ว มีบุตรด้วยกันหรือไม่ และฝ่ายหญิงจะเปลี่ยนนามสกุล หรือคำนำหน้าหรือไม่ค่ะ

จริงๆแล้วก็จะต้องมีพยาน 2 คนมาเซ็นในเอกสารให้เราด้วย แต่ว่าเราสองคนไม่ได้เตรียมพยานมา ทางเขตก็เลยหาเจ้าหน้าที่เขตมาเซ็นเป็นพยานให้

หลังจากนั้นนายทะเบียนก็จะทำเอกสารให้เรียบร้อย สิ่งที่เราได้กลับมาก็จะมี

  • ทะเบียนสมรส (คร.2)
  • ใบสำคัญการสมรส (คร. 3)

แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ

ว่าด้วยการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และนามสกุล ของฝ่ายหญิง

นอกจากที่เราจะต้องเตรียมเอกสาร และจัดเวลาของเราและสามีให้สามารถไปจดทะเบียนได้แล้ว นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และควรที่จะตัดสินใจไว้ก่อนว่าสำหรับฝ่ายหญิงเราจะเอาแบบไหน เพราะบางทีเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบใจของเรา หรือสามีของเราเท่านั้น แต่อาจจะหมายถึงเรื่องของผู้ใหญ่ ครอบครัวทั้งสองฝ่ายด้วย และของลูกที่จะเกิดมาด้วย

ผู้หญิงเรามีตัวเลือกอะไรบ้าง

ปัจจุบันเรื่องการเปลี่ยนนามสกุล และเปลี่ยนคำนำหน้านาม หรือคำนำหน้าชื่อ ไม่ได้เป็นข้อบังคับแล้ว เราจะจดทะเบียนแล้วจะให้นามสกุลเดิม หรือใช้นามสกุลของสามีก็ได้ และเราจะให้นาง หรือนางสาวก็ได้ ส่วนตัวเราเองไม่ได้เปลี่ยนเลย ใช้ทั้งนามสกุลเดิม และเป็นนางสาวเหมือนเดิม เท่าที่เคยคุยกับหลายๆคนก็มีแนวคิดต่างกันไป ก็จะเอามาแบ่งปันให้เพื่อนๆอ่านกัน เผื่อใครกำลังคิด หรือยังตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ได้นะคะ

นางสาว VS นาง

สำหรับคนที่ชอบนางสาว คนส่วนใหญ่ก็รู้สึกว่าฟังดูสาว ดูไม่แก่ดี และบางคนที่อาจจะค่อนข้างคิดมากเรื่องสิทธิสตรี ก็ยิ่งอยากจะใช้นางสาว ด้วยความรู้สึกว่าในเมื่อคำนำหน้านามของผู้ชายไม่ได้บอกสถานะการสมรสใดๆ ผู้หญิงเราก็ไม่เห็นต้องเปลี่ยนอะไรแบบนั้น

ส่วนคนที่คิดว่าใช้นางดีกว่า ก็คงไม่ใช่เพราะว่าอยากจะแก่ แต่บางคนก็คิดไปถึงตอนที่แก่ๆแล้ว ถ้ายังใช้นางสาวก็คงจะรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคย และอาจจะเคยชินว่าดูเหมือนเป็นสาวโสด แต่สำหรับประเด็นนี้ เราคิดว่าอนาคตน่าจะมีสาวที่ใช้นางสาวก้นเยอะขึ้น แม้ว่าจะมีลูกมีหลานแล้วก็ตาม (ก็เราอยู่ค่ายใช้นางสาวนี่นา 55)

อีกหนึ่งความเห็นสำหรับคนที่เลือกใช้นาง เพราะคิดว่า ตอนที่มีลูก แล้วลูกจะกรอกเอกสารอะไรก็ตาม แล้วต้องเขียนว่าแม่เป็นนางสาวเนี๊ย มันก็อาจจะดูแปลกๆซักหน่อย ก็เลยเปลี่ยนเป็นนางจะได้ดูเป็นคุณแม่ ก็แล้วแต่ว่าเราจะกังวลเรื่องนี้มั๊ยค่ะ

นามสกุลเดิม VS นามสกุลสามี

ค่ายคนที่อยากเก็บนามสกุลเดิมไว้ ก็ให้เหตุผลว่าอยากจะเก็บนามสกุลแต่กำเนิดของตัวเองไว้ คิดว่าคงจะเป็นความผูกพันกับครอบครัวที่ให้กำเนิดเรามา อันนี้ก็บรรยายไม่ถูกเหมือนกัน

ส่วนการใช้นามสกุลตามสามีก็มีข้อดีเหมือนกันนะคะ ส่วนตัวเราคิดว่าดูอบอุ่นดี เป็นครอบครัวเดียวกัน ยิ่งมีลูกยิ่งรู้สึกว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน แบบพ่อแม่ลูก นะคะ

ส่วนเราอย่างที่บอกว่าไม่ได้เปลี่ยนเลย ไม่ว่าจะเป็นนามสกุล หรือคำนำหน้านาม เหตุผลหลักๆของเราก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่กล่าวมา 555 แต่จริงๆคือเราไม่อยากยุ่งยากกับการต้องเปลี่ยนชื่อเอกสารทั้งหมดที่ใช้ชื่อของเรา ตั้งแต่มีบัตรประชาชน เราเองก็จำไม่ได้ว่ามีเอกสารมากมายอะไรบ้างที่เป็นชื่อนามสกุลของเราค่ะ ถ้าเปลี่ยนแม้จะเปลี่ยนแค่คำนำหน้าเป็นนาง แต่ไม่เปลี่ยนนามสกุล ก็ต้องไปแก้ทั้งหมดเหมือนกัน เราก็เลยตัดสินใจว่าไม่เปลี่ยนอะไรเลยจะดีกว่า

แต่สำหรับเราคิดว่าถ้าใครที่อยากเปลี่ยน ก็เปลี่ยนเลยจะดีกว่า อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ เคยได้ยินบางคนรอมีลูกแล้วค่อยเปลี่ยน ถ้ามองในแง่ความยุ่งยากของเอกสาร เราคิดว่าเปลี่ยนเลยก็จะมีเอกสารให้แก้น้อยลงค่ะ เพราะช่วงเวลาที่ยังใช้นามสกุล และคำนำหน้านามเดิมไปเรื่อยๆ ก็จะมีเอกสารที่ต้องมาแก้ในภายหลังมากขึ้นเรื่อยๆ ความเห็นเรา ถ้ามองในเรื่องเอกสารทั้งหลาย เปลี่ยนเลยก็จะลดปริมาณความยุ่งยากลงหน่อย

เกิดอะไรขึ้นหลังเปลี่ยนคำนำหน้านาม และ/หรือ นามสกุล

หัวข้อนี้จะเขียนเป็นแนวทางคร่าวๆ เนื่องจากว่าเราไม่ได้เปลี่ยน ก็เลยอาจจะไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่เท่าที่ทราบมีดังนี้นะคะ

หลังจากจดทะเบียนเปลี่ยนนามสกุล หรือคำนำหน้านาม เราต้องไปที่สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอที่ฝ่ายภรรยามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อเปลี่ยนชื่อในทะเบียนบ้าน แล้วจะได้”หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อสกุล” หรือแบบฟอร์ม ช.5 มา ซึ่งเอกสารนี้จะสำคัญมาก เพราะว่าจะต้องใช้ในการเปลี่ยนชื่อเอกสารอื่นๆต่อไป และควรจะมีสำเนาติดตัวไว้ตลอดทุกครั้งที่ต้องติดต่อทางราชการ โดยเอกสารถัดๆไปที่ต้องไปจัดการได้แก่

  • บัตรประชาชน
  • ใบขับขี่
  • Passport
  • ทะเบียนรถ
  • บัญชีธนาคาร
  • บัญชีกองทุน
  • บัตรเครดิต
  • ประกันสังคม
  • ประกันสุขภาพ และประกันชีวิต

ฯลฯ

คำแนะนำจากหลายๆคนคือในช่วงแรกๆควรจะมีสำเนาของแบบฟอร์ม ช.5 ติดไว้เยอะๆเลยค่ะ และควรเก็บไว้หลายๆที่ด้วย เผื่อจำเป็นต้องใช้ขึ้นมาก็สามารถหยิบมาใช้ได้เลยไม่ยุ่งยาก หรืออย่างน้อยถ่ายรูปเก็บเอาไว้ในมือถือก็ยังดีนะคะ

จบแล้วสำหรับเรื่องทะเบียนสมรส ทุกคนมีครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นนะคะ