ึความสุขในวันแต่งงาน
Wedding

จัดงานแต่งงานทำไม : ความสุขในวันแต่งงาน

หลายๆคนอาจจะเคยสงสัยว่า จัดงานแต่งงานทำไม เสียเงินเสียทองมากมาย  และการจัดงานแต่งงานก็ไม่ไดัรับประกันอะไรว่าชีวิตคู๋จะประสบความสำเร็จ หรือชีวิตคู่จะไปได้ตลอดรอดฝั่ง เราในฐานะที่ได้จัดงานแต่งงานมาแล้ว (เอาเป็นว่ามีประสบการณ์) ก็อยากจะแชร์ความรู้สึก และความคิดของตัวเอง เผื่อเป็นไอเดียให้บางคนเห็นภาพมากขึ้น และส่วนตัวก็อยากบันทึกความทรงจำดีๆอันนี้ไว้

ึความสุขในวันแต่งงาน

จัดงานแต่งงานทำไม

สำหรับเราตอนแรกที่จะจัดงานแต่งงาน ก็ไม่ได้คิดอะไรนอกไปจาก มันเป็นการประกาศสถานะบางอย่างเฉยๆ ในเมื่อสังคมของเรายอมรับการมีคู๋ครองคนเดียว และการอยู่ร่วมกันของหญิงชาย เป็นเรื่องที่ต้อง “เข้าตามตรอก ออกตามประตู” เราก็ทำตามไปตามวัฒนธรรมของเรา

ส่วนอีกความรู้สึกนึง ก็เหมือนสาวโลกสวยทั่วๆไป 555 หนังรัก หรือนิทานส่วนใหญ่จบด้วยการรักกัน เข้าใจกัน แล้วก็แต่งงานกัน แบบ They live happily ever after แม้จริงๆในใจรู้อยู่ และได้ยินมามากมายว่าจริงๆ การแต่งงานไม่ได้เป็นตอนจบ แต่เป็นการเริ่มต้นอีกบทหนึ่งของชีวิตด้วยซ้ำไป มันอาจจะไม่ราบรื่น ไม่ง่ายดาย และมันอาจจะไม่ได้สุขสบายเหมือนตอนอยู่คนเดียว แต่สาวอย่างเราก็อยากได้ใส่ชุดขาว กระโปรงยาว เป็นเจ้าสาวแสนสวยอยู่ดี

ึความสุขในวันแต่งงาน

แล้วแม่บอกไว้ว่ายังไง

ช่วงที่จัดงานแต่งงาน บางทีก็บ่นให้แม่ฟังว่า อันนั้นอันนี้แพงจัง อยากได้แบบนั้นแบบนี้ดีมั๊ย แม่มักจะตอบว่าเอาแบบที่เรามีความสุข และมีอีกประโยคนึง ที่ช่วงนั้นพยายามจะเข้าใจ แต่ไม่ได้เข้าใจนักคือ “จัดงานให้ดี มันจะเป็นเหมือนพลัง เป็นกำลังใจในวันที่เรารู้สึกท้อถอย” อืม นึกไม่ค่อยออกว่างานแต่งงานจะเป็นกำลังใจได้อย่างไร แต่ก็พยายามจะเข้าใจไว้

ความรู้สึกตอนเตรียมงาน

รู้สึกว่าเหนื่อยมาก เพราะว่าเราเองเป็นพวก Perfectionist อยู่แล้ว ก็อยากให้อันนั้นอันนี้ Perfect อย่างที่ตัวเองอยากได้ ในบางอย่างก็รู้สึกว่า ถึงมันจะมีตัวเลือกมากมายในท้องตลาด แต่กลับไม่มีอันนั้นไหนถูกใจเลย เรียกว่าต้องพลิกแผ่นดินหาแบบที่อยากได้ เหนื่อยมากๆ

อีกอย่างคือเจ้าบ่าวทำงานต่างจังหวัด แต่เราจัดงานในกรุงเทพ อะไรที่ต้องวิ่งไปเอา ไปดู ไปทำ ส่วนใหญ่เราทำเกือบทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องใหญ่ๆที่ต้องมาดูด้วยกัน ก็รอเจ้าบ่าวมาพร้อมกัน

ความทรงจำดีๆสำหรับตอนเตรียมงานคือ เรากับเจ้าบ่าวถึงจะอยู่คนละที่ แต่เราช่วยกันคิด ช่วยกันทำซะส่วนใหญ่ ช่วยกันเลือก ช่วยกันหา จริงๆเรียกว่ามันเป็น “ภาระกิจแรก” ที่เราสองคนได้ลงมือทำร่วมกันเลยทีเดียว เหมือนปกติเป็นแฟนกัน ก็ทำอะไรสบายๆด้วยกัน ไปกินข้าว ดูหนัง อ่านหนังสือด้วยกัน แต่ไม่ได้เคยต้องมาจัดงาน หรือทำงานร่วมกันเลย เราคิดว่าหลายคู่ที่ทะเลาะกันตอนจัดงานแต่งงาน ส่วนนึงคงเป็นเพราะแบบนี้ ตอนเป็นแฟนกัน เวลาที่อยู่ด้วยกันคือช่วงเวลาที่เลิกงาน เวลาพักผ่อนหย่อนใจ ยังไงเราก็อารมณ์ดี ไม่ตึงเครียด ต่างคนต่างก็หันหน้ายิ้มเข้าหากัน แต่ในตอนที่ต้องมาร่วมกันสร้างอะไรบางอย่าง มันจะเริ่มมีความคาดหวัง ความเครียดไม่มากก็น้อย ก็อาจจะนำมาสู่การผิดใจกันได้

สำหรับเราช่วงเวลาเตรียมงานเป็นช่วงเวลาที่เราได้แปะมือ Hi 5 กันบ่อยมาก มันสนุกดี และรู้สึกเข้าใจกันมากขึ้นด้วยซ้ำไป

ึความสุขในวันแต่งงาน

ความสุขในวันแต่งงาน

งานแต่งงานของเราตอนเช้าเป็นพิธีแบบจีน ยกน้ำชา แล้วก็เลี้ยงฉลองตอนเที่ยง

สำหรับงานพิธ๊จีน อาจจะเป็นรูปแบบงาน และคำพูดหลายๆอย่างในงาน ที่มักจะสื่อว่าให้รู้สึกชัดเจนมากว่า เราเป็นลูกสาวที่กำลังอำลาพ่อแม่ จากพ่อแม่ไปอยู่บ้านใหม่ มันก็ค่อนข้างจะเศร้า และกระตุ้นบ่อน้ำตาพอสมควร 555 แต่มันมีความรู้สึกดีๆมากมายทั้งคำอวยพรจากพ่อแม่ และคำสอน คำเตือนของเหล่าคู่รักผู้ใหญ่ทั้งหลาย มันช่างสมเป็นการเลี้ยงฉลองจริงๆที่บรรดาญาติทั้งหลาย สามารถมารวมกันเกือบครบทุกคน ทุกคนมาร่วมยินดีกับเรา เหมือนกับว่าการเริ่มต้นชีวิตคู่ของเรามันช่างสำคัญมาก มันเป็นเรื่องดีมากๆ เป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ และเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างสนับสนุนให้เกิดขึ้น นี่คงเป็นความมงคลที่ทุกคนพูดถึง พิธีแต่งงานมันทำให้เรารู้สึกว่า การเริ่มต้นชีวิตคู๋ของเราเป็นเรื่องสำคัญในครอบครัว และเป็นเรื่องดี เป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ

ึความสุขในวันแต่งงาน

เรื่องซึ้งๆไม่ได้มีแค่ในนิยาย

นอกจากความซาบซึ่งจากพ่อแม่ญาติพี่น้องแล้ว ไฮไลท์ก็ต้องเป็นเรื่องของเรากับเจ้าบ่าวใช่มั๊ย

พิธีรับตัวเจ้าสาวที่เจ้าบ่าวต้องฝ่าด่านประตูเงินประตูทองมา จริงๆแล้วก็ทำให้เรารู้สึกดีได้ไม่น้อย อย่างน้อยเขาก็ยอมทำอะไรบ้าๆที่ปกติจะไม่ทำต่อหน้าสาธารณะชนในวันนี้ 555  ชุดเจ้าสาวสุดลุ่มล่ามก็ทำให้เราเห็นว่าท่ามกลางงานที่เราสองคนต่างต้องยิ้มต้อนรับแขก เขาก็จะคอยหันมาดูเสมอๆว่าเราเดินได้สะดวกรึเปล่า

ความสุขในวันแต่งงาน

งาน Surprise ในงานแต่งงานก็เป็นความทรงจำที่สวยงามมากสำหรับเรา มันอาจจะเป็นเรื่องจำเจ เห็นได้บ่อยในหลายๆงานแต่งงาน แต่พอเราได้เป็นเจ้าสาวเอง งาน Surprise เป็นอะไรที่มีความหมายมากสำหรับเรา มันทำให้เรารู้สึกว่างานของเราพิเศษกว่าคนอื่น 555 และยิ่งเราคิดว่าเจ้าบ่าวไม่น่าจะกล้าทำอันนี้ แต่เขาก็ทำจริงๆ เรายิ่งรู้สึกว่า เขาให้ความสำคัญกับวันสำคัญของเราสองคนจริงๆ

งาน Wedding presentation เองก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เราได้พูดสิ่งที่เราไม่เคยพูดมาก่อน และบางทีก็มีความลับบางอย่างที่เราไม่เคยรู้เปิดเผยออกมา มันเน้นย้ำช่วงเวลาสำคัญๆของเราสองคน ตั้งแต่เริ่มรู้จักกันมา จนถึงวันที่เราแต่งงานกัน อย่างกับนิยายเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

เพลงแต่งงานสากล

สรุปว่าความสุขในวันแต่งงานเป็นยังไงนะ

สรุปแล้ว มันเหมือนวันที่รวบรวมเอาเรื่องราวของเราสองคนเอาไว้ มันเหมือนฉากตอนอวสานของละครหลังข่าว ที่หลังจากผ่านอะไรกันมามากมายซักพัก ก็ถึงวันอวสานของเรื่องที่พระเอกนางเอกจะจับมือกัน และสัญญาว่าจะดูแลกันและกันไปเรื่อยๆ

มันเป็นวันที่ทุกๆรายละเอียดของงาน ตั้งแต่การตกแต่ง ลำดับพิธี ผู้คนที่มาร่วมงาน การแต่งตัว ช่างภาพ พิธีกร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนั้นเกิดขึ้นจากการร่วมมือของเราสองคน จัดงานนี้ขึ้นมาในแบบที่เราสองคนชอบ และในแบบที่เป็นเรา

มันเป็นวันที่รวบรวมจุดเริ่มต้นของความรักทั้งหมดของเรา เอามาสรุปรวบยอดในวันเดียว บรรยากาศของมันก็เลยเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขที่อัดแน่นจนหลายครั้งก็พรั่งพรูออกมาเป็นน้ำตาแห่งความสุข

ถึงตอนนี้เข้าใจแล้วว่า จัดให้ดี มันจะเป็น “พลัง” เป็น “กำลังใจ” ของแม่คืออะไร มันคือความทรงจำที่เป็นตัวชาร์จพลังให้เรา มันคือช่วงเวลาดีๆช่วงหนึ่งที่นึกย้อนไปกี่ครั้ง ก็ยังยิ้มได้ และยังจำได้ถึงความสุขที่เอ่อล้นในวันนั้นได้เสมอ

ึความสุขในวันแต่งงาน

ตกลงจัดงานแต่งงานทำไม

ถ้ามีคนถามว่าเราจัดงานแต่งงานทำไม เราก็คงตอบเหมือนเดิมว่า จัดตามประเพณี วัฒนธรรมของเรา ไม่ว่าใครจะเป็นคนคิดพิธีนี้ และไม่ว่าเขาจะมีเหตุผลกลอุบายใด แต่ถ้าเราถามว่าจัดแล้วคุ้มมั้ยกับเงินทองที่เสียไป สำหรับเราแล้ว ความทรงจำที่ได้มามันคุ้มมากมาย มันทำให้รู้สึกว่าชีวิตคู่ของเรามีความหมายอย่างมาก และ เริ่มต้นได้สวยงามเชียวหล่ะ

ึความสุขในวันแต่งงาน