กำหนดการงานแต่งงาน
Wedding

ลำดับ กำหนดการงานแต่งงาน (งานเลี้ยงฉลอง)

ยิ่งใกล้วันงานขึ้นทุกที ก็ได้เวลาที่เราจะเริ่มทำ กำหนดการงานแต่งงาน ของเราแล้ว เพราะว่าพอหลายๆอย่างเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เราก็เริ่มมานั่งคิดว่า ในวันงานจริงๆจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และเราต้องแบ่งงาน แบ่งหน้าที่อะไรให้ใครทำบ้าง ยิ่งถ้าเราไม่ได้จ้าง Organizer ไว้เลย เรื่องพวกนี้ยิ่งต้องคิดล่วงหน้าไว้เลยค่ะ บทความนี้จะเล่าบรรยาย และแนะนำตามขึ้นต่างๆไป เผื่อให้เพื่อนๆไปปรับใช้ตามรูปแบบงานของตัวเองได้

กำหนดการงานแต่งงาน

เราจะมาเรียงลำดับงานของเราให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง สำหรับผู้มาร่วมงานอาจจะเห็นเหตุการณ์ต่างๆเรียงลำดับกันไป แต่จริงๆแล้วเวลาที่ขั้นตอนหนึ่งเกิดขึ้น จะต้องมีคนคอยเตรียมการสำหรับขั้นถัดไปไว้เสมอนะคะ

จัดเตรียมของก่อนแขกมา

ก่อนที่จะถึงเวลาที่เราเขียนไว้ในข้อความเรียนเชิญงานแต่ง ในการ์ดแต่งงานของเรา ต้องมีการเช็คความเรียบร้อยก่อนงานเริ่มกัน เราจะแบ่งกว้างๆเป็นส่วนที่โรงแรมช่วยดูให้ ซึ่งถ้าเพื่อนๆไปจัดโรงแรมไหนก็อย่างลืมถามไถ่ก่อนว่าเขาจะดูแลให้ไหมนะคะ  กับอีกส่วนคือส่วนที่เราต้องจัดคนของเราไปเช็คความเรียบร้อยไว้ด้วย

  • ส่วนที่โรงแรมดูแลได้แก่ อาหาร(ว่าเตรียมเรียบร้อย พร้อมเสิร์ฟ) วงดนตรี โต๊ะลงทะเบียน (สมุดอวยพร, ปากกา,กล่องใส่ซอง)

ส่วนที่เราต้องจัดคนไปช่วยเช็คได้แก่

  • ของชำร่วย
  • ซองเปล่า (เผื่อคนที่ไม่ได้เอาซองมา)
  • อุปกรณ์สำหรับเปิดตัวบ่าวสาว (ตามที่คิดไว้แต่แรก เช่น กลีบดอกไม้โปรย กระดาษสี ลูกโป่ง ฯลฯ)
  • อื่นๆ แล้วแต่งาน เช่น Photo boot (ไว้ให้แขกถ่ายรูปเล่น) ป้าย Hashtag ฯลฯ

งานของเราสำหรับของที่ต้องเช็ค เราฝากให้เพื่อนเจ้าสาวที่น่ารักของเราดูแลให้ค่ะ

แขกเริ่มมางาน

เวลานี้บ่าวสาวจริงๆควรจะแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว และลงมารอต้อนรับแขกที่ซุ้มถ่ายภาพ ถ้าเกิดว่าต้องซ้อมเดินในห้องก่อน ก็ควรลงมาก่อนเวลาที่แขกจะมา จะได้ไม่ทำให้แขกต้องรอนานนะคะ

ช่วงนี้ทุกอย่างจะรันไปเองแบบสบายๆ คือ บ่าวสาวก็ถ่ายรูปกันไป แขกก็ทยอยกันมา อาหารเริ่มเสิร์ฟ แขกก็รับประทานกันไป ถ่ายรูปไป แต่มีสิ่งที่เราต้องเตรียมพร้อมก่อนที่พิธีจะเริ่มประมาณ 15 นาที คือ แจ้งบุคคลสำคัญทั้งหลายในพิธีให้รู้ตัวว่าควรจะประจำที่เพราะพิธีกำลังจะเริ่ม ได้แก่

  • ประธานในพิธี และทุกคนที่จะขึ้นพูด (บางงานอาจจะมีคุณพ่อคุณแม่ของบ่าวสาว หรือบุคคลสำคัญคนอื่นๆ)
  • พิธีกร
  • เพื่อนเจ้าบ่าว และเพื่อนเจ้าสาว เพราะว่าต้องเตรียมตัวตั้งแถวตอนบ่าวสาวเข้าไปในห้องจัดงาน พร้อมทั้งอุปกรณ์ต่างๆด้วย

ที่ต้องเตรียมเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของ Organizer หรือเจ้าหน้าที่โรงแรมที่ช่วยดูแล หรือถ้าไม่มีอาจจะเป็นเพื่อนหรือญาติที่เรามอบหมายไว้ โดยนัดเวลากันไว้ล่วงหน้าก่อนว่าเอาเวลาประมาณเท่าไหร่ และอาจจะดูสถานการณ์แขกที่มาอีกที ถ้าแขกยังไม่มากก็อาจเลื่อนช้าอีกหน่อยได้

กำหนดการงานแต่งงาน

เริ่มงานเลี้ยงฉลอง

พอถึงเวลาเริ่มลำดับพิธีก็จะเป็นดังนี้

  • ไฟห้องหรี่ลง เป็นสัญญาณว่างานกำลังจะเริ่ม หลังจากนั้นพิธีกรจะกล่าวต้อนรับแขก
  • เปิด Presentation  แนะนำว่า Presentation ไม่ควรยาวเกินไป เพราะว่าคนดูมักจะมีสมาธิดูกันได้ไม่เกิน 2-3 นาที (ไม่เชื่อลองถามตัวเองดู 555 ) ยิ่งถ้าเกิน 5 นาที ก็อาจจะเริ่มได้รับการสนใจน้อยลง
  • ตอนที่ Presentation ใกล้จบ อันนี้ก็แล้วแต่กำหนดกันว่าเอาประมาณกี่นาที ประตูห้องจะเปิดให้เพื่อนเจ้าบ่าวเพื่อนเจ้าสาวเข้าไปตั้งแถวก่อน งานของเราประมาณครึ่งหนึ่งของพรีเซ้นเทชั่นค่ะ เพราะเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวเองก็คงอยากจะดูด้วย 🙂
  • พอพรีเซ้นเทชั่นจบ พิธ๊กรอาจจะกล่าวเปิดตัวบ่าวสาว หรือไม่ก็ได้ แต่เพลงเปิดตัวบรรเลง บ่าวสาวก็เดินเข้าในงาน ส่วนใหญ่จะเดินช้าๆ ใช้เวลาประมาณเกือบเพลงหนึ่งเลย (ประมาณ 3-4 นาที) แต่ระยะทางเดินเหมาะสมด้วย
  • พอบ่าวสาวขึ้นเวที พิธีกรก็อาจจะกล่าวแนะนำบ่าวสาวสั้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็กล่าวเชิญประธานในพิธีขึ้นคล้องมาลัยบ่าวสาว และอวยพร หลังจากนั้นก็ต่อด้วยผู้ใหญ่คนอื่นๆแล้วแต่เรากำหนด ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ท่านก็จะพูดกันประมาณคนละ 2-3 นาที แต่ก็กำหนดค่อนข้างยาก เพราะบางคนพูดเก่งเป็น 10 นาทีเลยก็มี ถ้าเราอยากให้งานกระชับแนะนำว่าให้มีขึ้นพูดแค่ 1-2 คนก็เพียงพอแล้ว
  • หลังจากนั้นก็เป็นช่วงสัมภาษณ์บ่าวสาว ส่วนตัวของเราเขียนคำถามให้พิธีกรเลยค่ะ แต่บอกว่าให้ไปปรับเป็นคำพูด หรือวิธีพูดของตัวเอง โดยเราคิดว่าคำถามถ้าให้พิธีกรคิดมาเองบางทีก็ซ้ำกับใน Presentation เพราะพิธีกรก็ไม่ได้เห็น Presentation มาก่อน และบางทีถ้าคิดคำตอบสดๆ ก็อาจจะพูดได้ไม่ดีเท่าที่อยากได้ 555 ก็เลยตกลงกับเจ้าบ่าวว่าเราจะช่วยกันคิดคำถามให้พิธีกร แต่คำตอบก็ไปทำการบ้านกันเอง จะได้ Surprise กันเองไปด้วยเลย 😀

กำหนดการงานแต่งงาน

ช่วงสัมภาษณ์เราว่าก็ไม่ควรนานมากนักอย่างมากไม่เกิน 20 นาที เพื่อความไม่น่าเบื่อนะคะ ยกเว้นเจ้าบ่าว หรือเจ้าสาวจะมีโชว์เป็น Surprise ก็ว่ากันไป

ช่วงสัมภาษณ์ เป็นช่วงเวลาที่ควรจะมีคนไปแจ้งคุณพ่อคุณแม่บ่าวสาว และผู้ใหญ่ให้นั่งประจำที่ไว้ค่ะ เพราะว่าต่อจากสัมภาษณ์จะมีการตัดเค้ก และเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะมามอบเค้กให้กับผู้ใหญ่ในงาน บางโรงแรมจะจัดเก้าอี้เอาไว้ให้แขกมานั่ง หรือบางโรงแรมก็ให้บ่าวสาวเดินไปที่โต๊ะ ก็แล้วแต่ตกลงกัน

  • หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ ก็จะเป็นการจุดเทียนมงคล และตัดเค้ก วงดนตรีก็จะบรรเลงเพลง บ่าวสาวก็เดินช้าๆอีกเหมือนเคย ไปที่เทียนโดยจุดเล่มซ้าย ขวา แล้วก็ตรงกลาง จุดเทียนเสร็จแล้วก็ตัดเค้ก หลายคนที่สงสัยว่าเค้กแต่งงานส่วนใหญ่ เป็นเค้กจริงกี่ชั้น ของเฉลยเลยว่า งานของเราไม่จริงซักชั้น 5555 แต่ก็ทำท่าตัดไป ส่วนใหญ่ช่วงเวลานี้คนที่กำกับเราจะเป็นช่างภาพค่ะ หันหน้าหันหลัง หันซ้ายหันขวา หอมแก้ม มองตา จูบหน้าผาก นั่นนี่

 

  • บางงานก็จะมีรินแชมเปญด้วย การเปิดขวดแชมเปญ คนไทยก็อาจจะไม่ค่อยถนัดมาก ถ้าเจ้าบ่าวไม่ค่อยมั่นใจ เราสามารถบอกให้พนักงานโรงแรมเปิดมาให้เลยก็ได้นะคะ เราก็รินอย่างเดียวพอ รินเสร็จแล้วก็ต้องควงแขนดื่มด้วย ช่วงตัดเค้กและรินแชมเปญรวมกันส่วนใหญ่จะประมาณ 10- 15 นาที (ความนานแล้วแต่ช่างภาพเป็นหลักเลย)
  • หลังจากนั้นก็จะเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวเสิร์ฟเค้กให้กับผู้ใหญ่ในงาน อันนี้ก็เหมือนเดิมค่ะ ส่วนใหญ่ช่างภาพจะมากำกับ เสิร์ฟเค้ก ยิ้ม กราบ กอดคุณพ่อคุณแม่ บลาๆๆๆ จังหวะนี้มักจะค่อนข้างนานหน่อยค่ะ ส่วนใหญ่เพราะการเคลื่อนตัวของเจ้าสาวที่ไม่ง่าย และถ้าแขกผู้ใหญ่เยอะก็ยิ่งใช้เวลา รวมๆประมาณ 15 นาที

กำหนดการงานแต่งงาน

  • ต่อมาเป็นการโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว ให้กับเหล่าสาวโสด จังหวะนี้ก็ควรเตี๊ยมเพื่อนๆไว้ก่อนงานเลยว่าให้มาเป็นหน้าม้าชวนกันมายืนเยอะๆ จะได้สนุกสนานค่ะ เจ้าสาวเองเวลาโยนดอกไม้ต้องพยายามเล็งให้เข้าไปในหมู่เพื่อนๆนะคะ  แนะนำว่าถ้าโยนข้ามหัวตรงๆจะค่อนข้างยาก ถ้าเราโยนให้ออกไปทางข้างหูนิดนึงจะมีแรงมากกว่าค่ะ แต่อย่าให้เฉียงมากไป
  • ตามธรรมเนียมพอโยนช่อดอกไม้เสร็จ สาวเจ้าที่ได้ดอกไม้ก็จะได้รับการสัมภาษณ์เล็กๆน้อยๆ ว่าเป็นใคร เกี่ยวข้องกับบ่าวสาวอย่างไร สถานภาพตอนนี้เป็นยังไง ช่วงโยนช่อดอกไม้ รวมกับสัมภาษณ์ ส่วนใหญ่ก็ประมาณไม่เกิน 10 นาที
  • จบด้วยการกล่าวขอบคุณของบ่าวสาว ก็เป็นอันจบงาน

หลังจากนั้นจะมีAfter Party หรือไม่ก็แล้วแต่เจ้าภาพเลย ถ้าไม่มีส่วนใหญ่ก็จะปล่อยวงดนตรีบรรเลงเพลงต่อ และบ่าวสาวออกไปประจำที่ซุ้มถ่ายภาพ ให้แขกที่มาไม่ทันไปร่วมถ่ายรูป และเราเองก็อาจจะต้องไปส่งแขกผู้ใหญ่ด้วย

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • เราเคยเห็นตารางงานบางท่านมีการควบคุมไฟด้วยว่าจะต้องหรี่ไฟกี่เปอร์เซ็นต์ในแต่ละช่วงเวลา ของเราเราปล่อยให้เจ้าหน้าที่จัดการเลย เพราะเราเองก็ไม่แน่ใจว่าควรจะต้องเปิดเท่าไหร่ แต่ถ้าบ่าวสาวท่านใดมีประสบการณ์จะจัดแจงเรื่องนี้ไว้ด้วย ก็ดีค่ะ จะได้งานที่ถูกใจบ่าวสาวเต็มที่เลย
  • ถ้าเราจ้าง  Organizer หรือให้พนักงานโรงแรมดูแลงานา เราควรจัดให้มีผู้ใหญ๋ที่ตัดสินใจแทนเราได้ ในเรื่องสำคัญๆ เช่น เลื่อนเวลาพิธี ตัดบางอย่างออก หากมีเหตุสุดวิสัย เพราะบ่าวสาวจะได้ไม่ต้องมากังวลกับปัญหาเล็กๆน้อยๆในงาน งานของเราเป็นพ่อกับแม่ของเจ้าบ่าว

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ขอให้งานของทุกคนราบรื่นค่ะ