ซุ้มงานแต่ง
Advice,  Wedding

ตามหาไอเดีย ซุ้มงานแต่ง เก๋ๆหวานๆ ในสไตล์ของเราเอง

ซุ้มงานแต่งงาน หรือเรียกเต็มๆคือ ซุ้มถ่ายภาพ หรือ Backdrop ถ่ายภาพงานแต่งงาน เป็นส่วนของงานที่เราเรียกว่าเป็นหน้าเป็นตาของงานเลยก็ว่าได้ เพราะว่าแขกเกือบทุกคนที่มางานก็จะได้ถ่ายรูปกับซุ้มนี้กัน ดังนั้นตอนที่เรามาถึงรายละเอียดเรื่อง ซุ้มงานแต่ง เราจึงพยายามมองหาแบบที่สะท้อนธีมงานของเรา สะท้อนสไตล์ของเรา และสะท้อนความชอบของเราสองคน

พล่ามมานานจะช้าอยู่ใย มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

หาสไตล์ ซุ้มงานแต่ง ที่ชอบ

แน่นอนอย่างที่บอกไป เราพยายามมองหาสไตล์ที่เป็นความชอบของเราสองคน และสะท้อนธีมของงาน ก็เหมือนเดิมเราก็เริ่มค้นหาจากพี่ Google ก่อน “ซุ้มงานแต่ง” “Backdrop งานแต่งงาน” นั่งดูๆงานแต่งคนอื่นไป สรุปเราก็เลยแบ่งลักษณะซุ้มเป็น  3 แบบ คือ

  • ขั้วหนึ่งเป็นแบบดอกไม้ใบไม้ใบหญ้า จัดมาเต็มทุกอณุของ Backdrop
  • อีกขั้วหนึ่งเป็นสุดยอดของความเรียบง่าย Minimalism คือเป็นพื้นเรียบๆ ลวดลายเล็กน้อย และตัวหนังสือเท่ห์ๆ
  • กึ่งกลางระหว่าง  2 ขั้ว คือมีดอกไม้แซมๆกับพื้นเรียบอันเก๋ไก๋

ซุ้มงานแต่งแน่นอน เราก็เหมือนคนส่วนใหญ่ตอนนี้คือเดินทางสายกลางค่ะ ก็ชอบแบบมีดอกไม้บ้าง แต่ว่าดูเรียบๆสะอาดตา ไม่ต้องอลังการขนาดดอกไม้สดติดทั้งซุ้ม เอาจริงๆแบบนั้นก็ดูหรูหราอลังการดีนะคะ แต่เราตกลงกันว่าอยากได้เรียบๆเก๋ๆ ดู modern หน่อย ข้อดีคือราคาก็จะไม่แพงมากด้วยค่ะ

เตรียมข้อมูลสำหรับการทำซุ้มงานแต่งงาน

ในความเป็นจริงของเราพอคิดจะหาทีมทำซุ้มงานแต่งงาน ก็ search หาเลย พออ่านๆไปก็ทำให้รู้ว่าเราควรจะเตรียมข้อมูลอื่นๆด้วยดังนี้

ขนาดของซุ้ม

อย่างที่เคยได้เล่าไว้ตั้งแต่ตอนหาโรงแรมสำหรับจัดงานแต่งงานว่าเราควรรู้ว่า ทางเดินหรือบริเวณที่เราจะใช้วางซุ้มถ่ายรูปนี้จะสามารถวางได้กว้างยาวแค่ไหน

  • ความยาวมาตรฐานมักจะทำขนาด 4.8  เมตร หรือ  6 เมตร
  • ความสูงมาตฐานจะมี 2.4 เมตร หรือ 3 เมตร

โดยที่เราจะทำขนาด 2.4 x 6 หรือ 3 x 6 เมตร ก็ได้แล้วแต่ความชอบและงบประมาณ และสถานที่จะเอื้ออำนวย

สำหรับเรา เรื่องความสูงเรากังวลแค่ว่าถ้าสูงน้อย เวลาที่เราไปยืนแล้วศีรษะจะบังตัวอักษร แต่พอดูตัวอย่างแล้ว 2.4 ก็ไม่ค่อยบังเท่าไหร่ค่ะ (เจ้าบ่าวสูง 167 เจ้าสาวสูง 160 เซนติเมตร ) ส่วนความยาวเน้นอยากให้แขกที่มายืนกันได้สบายๆหน่อย ก็เลยเอาที่ 6 เมตรเลย

สรุปสเป็กไว้ที่ 2.4 x 6 เมตรค่ะ

วันเวลา สถานที่จัดงาน

ทีมงานทำซุ้มถ่ายรูปงานแต่งนี้ก็มีคิวนะคะ ไม่แน่ใจว่าวันหนึ่งรับได้กี่งาน แต่ว่าถ้าเราจองช้าไปก็มีสิทธิเต็มได้เช่นกัน

งบประมาณคร่าวๆที่เรารับไหว

คร่าวๆ ถ้าเราเลือกแบบเรียบๆวัสดุง่ายๆอย่างผ้า ก็อาจจะราคาแค่ 10,000-20,000 บาท แต่ถ้าดอกไม้สดล้วนๆ ก็อาจจะต้องหลักแสนขึ้นไป (เท่าที่สำรวจคร่าวๆปลายปี 2017) ตอนนั้นเนื่องจากเราสองคนมีข้อมูลจากญาติว่างานดอกไม้สดในงานของญาติราคาอยู่ที่ 100,000 บาท!! ตอนนั้นเลยตั้งราคากันไว้ว่าประมาณ 50,000 บาทละกัน

แกลลอรี่ภาพ

มักจะมาเป็นของคู่กัน หรือต่อเนื่องกันไปกับซุ้มถ่ายภาพ เราก็อยากให้แกลอรี่ภาพล้อไปกับซุ้มถ่ายภาพจะได้เป็นธีมเดียวกัน ก็คิดกันว่าอาจจะจ้างทีมเดียวกันไปเลย ก็เลยต้องคิดๆแบบแกลอรี่ภาพไว้บ้างก่อน จะได้ดูว่าทีมที่เราจะจ้างสามารถทำทั้งสองอย่างในแบบที่เราอยากได้ได้หรือไม่

หลังจากที่เราหาข้อมูลกันไปก็อยากได้ gallery ภาพที่เป็นรูปของเราขนาดใหญ่ๆ แล้วก็เป็นภาพสไตล์ถ่ายใน studio ฉากเรียบๆ ดู minimal เก๋ๆดี

ซุ้มงานแต่งหาทีมที่ใช่

เตรียมข้อมูลต่างๆ แล้วโชคดีที่สไตล์เรากับแฟนตรงกัน หลังจากนั้นลองหาดูบริษัทที่รับทำตกแต่งงานแต่งงาน แล้วก็ดูตัวอย่างงานที่แต่ละทีมที่ทำมา สุดท้ายก็มาลงเอยที่ Seethrough Wedding  เพราะสไตล์งานเป็นแบบที่ชอบเลย และราคาไม่แพง

อันดับแรกก็โทรไปก่อนเลยว่าคิวว่างรึเปล่า Seethrough wedding เขาก็จะมีทีมงานหลายคนให้เราติดต่อ เราก็จิ้มเลยโทรหาใครก็ได้

เราเริ่มติดต่อไว้ตั้งแต่ 5 เดือนก่อนงานแต่งงานเลยทีเดียว ทางทีมงานแนะนำว่าให้มัดจำจองคิวไว้ก่อน เรื่องแบบไว้ใกล้ๆประมาณ 1  เดือนก่อนงานค่อยมาสรุปแบบอีกทีก็ได้ เพราะกว่าจะถึงตอนนั้นเราอาจไปเห็นแบบอื่นๆที่เราชอบมากกว่าที่เห็นตอนนี้ ก็ค่อยมาคุยกันอีกทีก็ได้ (แอบคิดเองว่าทางร้านคงจะมีประสบการณ์ว่า ถึงเลือกไปตอนนี้ ใกล้ๆก็ขอเปลี่ยนแบบอยู่ดี) ตอนนั้นก็มัดจำไปเพียง 1,000 บาทถ้วน

ต่อมาก็เป็นอย่างที่ทีมงานว่าเลยค่ะ หลังจากนั้นเราก็ไปงานแต่งอีกหลายงาน (โดยเฉพาะช่วงปลายปี กับต้นปี เป็น High season ของงานแต่งงานเลย) เห็นรูปงานแต่งงานใน facebook อีกมากมาย นอกจากแนวคิดเดิมจะเปลี่ยนๆไป ธีมสีของเราก็ยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาด้วย ><

ลงรายละเอียด

พองานเริ่มใกล้เข้ามาประมาณ 1 เดือน เราก้บแฟนก็เริ่มมาลงรายละเอียดว่า ซุ้มถ่ายรูปหน้างาน กับ แกลอรี่ภาพ จะเอายังไงดี

สเป็กตอนนั้นคือ

  • ธีมสีชมพู เทา
  • พื้นหลังห้ามขาวหมด เดี๋ยวเจ้าสาวอาจจะกลืนหายไปกับพื้นหลัง
  • จะไม่ตกแต่งดอกไม้เป็นแถวตามขอบด้านบน เพราะตอนนั้นรู้สึกว่าทำให้ซุ้มดูเตี๊ยลง
  • ดอกไม้ ถ้าแขกยืนแล้วบังหมด ก็จะไม่เอาเหมือนกัน (เรื่องเยอะมาก555) เล่นถ้าเป็นดอกไม้ตรงกลาง หรือที่พื้น
  • สไตล์เรียบหรู ดูเก๋ไก๋
  • ตัวหนังสือซ่อนไฟ
  • ใช้ดอกไม้เสมือนจริง หรือดอกคัตเตอร์ เพื่อประหยัดงบ

เราก็เลือกจากงานเก่าๆของ Seethrough ที่เคยทำไว้ ตกลงได้แบบนี้ค่ะ

ซุ้มงานแต่ง

แต่ว่าอยากที่บอกไป เนื่องจากแบบนี้มีทั้งพื้นขาวที่เรากลัวกลืนกับชุดเจ้าสาว และยังมีดอกไม้ที่พื้น ที่เราคิดว่าพอถ่ายรูปแล้วก็ไม่ค่อยเห็น เลยต้องมีการปรับเปลี่ยนสีพื้นหลัง และปรับดอกไม้เล็กน้อย บวกกับขอเปลี่ยนสีดอกไม้เป็นสีชมพูขาวค่ะ

ก็เลยใช้ความสมารถด้าน photoshop ที่พอมีบ้าง ทำภาพร่างให้ทางทีมงานดู (มันก็จะดูเกรียนๆนิดนึงค่ะ)

ซุ้มงานแต่ง

อยากอื่นที่ต้องส่งไปคือแบบตัวอักษร ถ้าเป็น Adobe illustrator ได้ก็ดี แต่มี file JPEC ก็ลองถามทีมงานดูนะคะ ว่าใช้ได้รึเปล่า ส่วนใหญ่โลโก้ก็ได้มาจากร้านการ์ดนี่แหละค่ะ

หลังจากนั้นก็เลยได้ภาพร่างแบบสวยๆ ดูดีมีตระกูลจากทีมงานแบบนี้ค่ะ (สุดท้ายทีมงานก็ใส่ดอกไม้ที่พื้นทั้งตลอดความยาวอยู่ดีค่ะ)

ซุ้มงานแต่ง

รายละเอียดแกลลอรี่

เราโชคดีมากที่แกลลอรี่ภาพที่อยากได้ทางโรงแรมมีให้ฟรี!!! รวมอยู่ใน package เพียงแต่ว่าเราต้องหาร้าน print รูปมาเองค่ะ

โดยโรงแรมมีกล่องแปะรูปอยู่ 4 กล่องสีขาว ขนาดก็ 1.2x 2.4 เมตร (ดีใจมาก เพราะจะช่วยประหยัดตังได้อีก) แต่จริงๆเราอยากได้ 6 กล่องก็เลยจะให้ทาง Seethrough ทำเพิ่มอีก 2 กล่อง ขนาดเท่ากัน อันนี้ประหยัดไปได้เป็นหมื่นเลยทีเดียว

ส่วนร้านอัดรูปขนาดใหญ่ ของเราใช้บริการเวป tumtook.com (บริษัททำถูกจำกัด) บริการส่งให้ถึงที่ ตอนนั้นเราขอให้แปะรูปกับฟิวเจอร์บอร์ดมาเลย งานดีมากค่ะ ราคาใบละเกือบ 1000 บาท (รูปขนาด 1.2×1.6 เมตร)อัดเฉพาะรูปที่จะติดกับกล่องของโรงแรม 4 รูป รวมค่าส่ง 200 บาท ก็เป็นราคาประมาณ 4200 บาท ค่ะ ก็ไม่แน่ใจว่าถูกมั๊ย แต่เท่าที่ลองถามๆมาก็เป็นราคาที่ดีทีเดียวค่ะ เราก็ให้ร้านอัดรูปส่งรูปที่โรงแรมเลย แล้วฝากทางโรงแรมเก็บไว้แปะกับกล่องวันจริงเลย

Wedding fair ช่วยประหยัดเงิน

บ่อยครั้งก็ได้ยินหลายคู่บอกให้ไปเดิน Wedding fair เรากะแฟนทำงานกันก็ไม่ค่อยมีเวลาเลย แถมแฟนอยู่ต่างจังหวัดอีก

ช่วงที่จะสรุปแบบทาง Seethrough wedding ให้เราเข้าไปคุยแบบ ดู catalog พอดีทางทีมไปออกงาน Wedding fair ที่ โรงแรมอามรี ดอนเมือง ก็กะว่าไปสรุปงานที่นั่นเลย เพราะวันนั้นแฟนจะขึ้นเครื่องไปต่างจังหวัดพอดี

เป็นโชคดีมากที่ไป Wedding fair เพราะทำให้ได้ส่วนลดมาด้วย ถึงแม้จะมัดจำไปก่อนหน้าแล้วก็ยังเอาส่วนลดมาใช้ได้ด้วย!!!! เลิศเลอมากค่ะ

ซุ้มงานต่ง

แต่เวลาเอาส่วนลดมาใช้จริงๆ อันไหนที่เราไม่เอาก็สามารถปรับเป็นส่วนลดอื่นๆได้ด้วยค่ะ (ดีงามมากๆ)

สรุปราคา

สรุปราคาซุ้มถ่ายรูปรวมแกลลอรี่ หักส่วนลด และเพิ่มส่วนต่างเป็น 50,000บาท พอดีเลยค่ะ (ซุ้มถ่ายภาพแบบของเราราคาเกินใน package ก็เลยต้องเพิ่มเงินค่ะ) โดยได้ของแถมเพิ่มมาเป็นพรมปูสีขาว 2 พื้นหน้าซุ้มถ่ายภาพ กับตัวอักษรยักษ์ (ที่เราชอบมาก) (ราคาอันนี้ต้นปี 61 ค่ะ)

แกลลอรี่งานแต่ง

นัดเวลาติดตั้ง

หลังจากสรุปงานเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องนัดหมายว่าจะติดตั้งเมื่อไหร่  ทางทีมงานก็จะขอติดต่อกับทางโรงแรมเองโดยตรงเลย งานของเราจัดเที่ยง พอดีห้องนั้นไม่มีคนใช้ช่วงเช้า ก็เลยมาติดตั้งตั้งแต่คืนก่อนงานเลย

ติดตั้งจริง

ตอนแรกเราก็คิดว่าดีที่เขามาติดตั้งก่อน จะได้เห็นก่อน ปรากฎว่าคืนก่อนหน้ามีคนใช้ห้อง สรุปทีมงาน Seethrough มาติดตั้งตอนเที่ยงคืนกว่าๆน่าจะได้ ประเด็นคือเสร็จตอนตีสามครึ่ง แล้วทางทีมก็เลยโทรมาให้เจ้าบ่าวของเราไปตรวจเซ็นรับงาน !!!คือเราเองต้องตื่นมาแต่งหน้าอยู่แล้ว แต่เจ้าบ่าวของเราก็ลุยมาก เลยได้ตื่นเวลาใกล้ๆกันไปตรวจรับผลงาน เจ้าบ่าวส่งรูปขึ้นมาบอกว่าสวยถูกใจมาก (ดีใจน้ำตาไหล อย่างน้อยหายกังวลไป 1 เรื่อง)ได้เวลาถ่ายรูปหลังจากนั้นก็ได้เวลาถ่ายรูปสวยๆกันค่ะ พอช่างกล้องเอาไฟมาตั้ง ซุ้มถ่ายรูปก็สวยขึ้นมากมาย แขกชมว่างานสวย เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เหนื่อยๆมากับการเตรียมงานมาก็ยิ้มปลื้มปริ่มมากเลยซุ้มถ่ายรูปงานแต่งสวยๆก็เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีมากๆในวันแต่งงานเลยนะคะ นั่งดูรูปทีไรก็ปลื้มใจมากค่ะ วันแต่งงานของเราควรเต็มไปด้วยความสุขนะคะ ความสุขที่ทุกครั้งที่นึกถึงก็ยิ้มขึ้นมาได้ทุกครั้งไปค่ะ

 

แกลลอรี่งานแต่ง

 

ซุ้มแต่งงาน