เลือกชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง
Wedding

ไอเดีย เลือกชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

ช่วงที่เรากำลังจะแต่งงาน การถ่ายรูปพรีเวดดิ้งในสตูดิโอกำลังมาแรงเลย โดยเฉพาะสไตล์ minimal ฉากพื้นสีขาว หรือเทา หรือดำ เรากับแฟนเองก็ชอบเหมือนกัน รู้สึกว่าเท่ห์ดี แล้วก็ไม่จำเจแบบภาพ Pre wedding สไตล์หรูหรา หรือแฟนตาซี แบบที่เคยเห็นๆกันมา แต่สิ่งที่เราเล็งเห็นกันเลยว่าสำคัญมากสำหรับงานแบบนี้คือ การเลือกชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง เพราะการใช้ฉากเรียบๆเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะเด่นมากในรูป นั่นเท่ากับว่าภาพจะออกมายังไง สไตล์ไหน มันขึ้นกับเสื้อผ้าหน้าผม และ”เราสอง” ล้วนๆเลย ดังนั้นเรื่อง เลือกชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง เราต้องพิถีพิถันกันมากๆเลยค่ะ

ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

หา Concept เลือกชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

ตอนแรกเราเองก็ไม่ได้มีไอเดียบรรเจิดอะไรมากมาย แต่คิดว่าการมี concept ไว้จะทำให้ชุดของภาพดูไปทางเดียวกันหมดดีค่ะ

เริ่มแรกก็อาศัยดูรูปค่ะ ดูงานของคนอื่น ดูๆๆๆไป งานในสตูดิโอก็มีหลากหลายไอเดียมากๆ ยกตัวอย่างเช่น

  • ใสๆ แบ๊วๆ ก็ ชุดนอนเป็นคู่
  • เท่ห์ๆ ก็ เสื้อยีนคู่
  • แนวๆ ก็ เสื้อกางเกงขาวทั้งตัว แถมใช้ฉากสีขาวด้วย นับถือช่างกล้องมากๆเลย
  • ขรึมๆ ก็ชุดดำทั้งคู่ นี่ก็เก๋ดี
  • เก๋ๆ ก็ เจ้าสาวเจ้าบ่าวใส่สูททั้งคู่
  • ลุยๆ ก็ชุดกีฬาคู่
  • บางคนก็ใส่ชุดที่บอกอาชีพของใครของมัน อย่างชุดแอร์โฮสเตจ ชุดหมอ ชุดนักบิน ชุดวิศวกร

และยังมีไอเดียอื่นๆอีกมากมาย

ของเราช่วงนั้นดูซีรีส์เกาหลีมาก รู้สึกชอบโปสเตอร์รูปคู่พระนางของซีรี่ส์เกาหลีมาก (มโนก็ไม่น้อย555) แล้วก็เห็นรีวิวของคู่รักไทยบางคู่ที่ไปถ่ายพรีเวดดิ้งถึงสตูดิโอที่เกาหลีเลย ร่วมกับเรา และเจ้าบ่าวก็หน้าตาออกจะอาตี๋ อาหมวย ก็ลอยตั้ง Concept ไว้ว่า “สไตล์เกาหลี”

ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

Pre wedding สไตล์เกาหลี และ minimal

ถามว่าสไตล์เกาหลีเป็นยังไง เคยคุยกับช่างแต่งหน้า และที่เคยอ่านจากรีวิว สไตล์เกาหลีหลักๆคิดว่าเป็นเรื่องแต่งหน้าทำผม ที่มักจะค่อนข้าง minimal คือไม่แต่งเข้ม ไม่ติดขนตาปลอม เป็นหน้าแบบธรรมชาติ แล้วผมก็จะดูธรรมชาติมาก

ส่วนเรื่องชุด สำหรับชุดแต่งงานที่ใช้ถ่ายพรีเวดดิ้ง จริงๆเท่าที่ดูมาก็อาจจะไม่ค่อย minimal เท่าไหร่ บางทีก็ลากยาวๆ ฟูๆ แต่แปลกดีแค่แต่งหน้าทำผมแบบเกาหลีก็ดูเกาหลีซะงั้น แต่สำหรับชุดลำลองก็มักจะเป็นชุดที่ดูน่ารักๆหน่อย  ไม่แนวมาก ดูแบบเหมือนพระเอกนางเอกซี่รีส์เกาหลี แบบนี้

หลายคนถามว่าสไตล์ minimal นี่มันเป็นไง ส่วนตัวคิดว่า มันเป็นแบบที่ไม่มีลวดลายมาก สีสันไม่เยอะมากมีแค่ไม่เกิน 2-3 สี  ผ้าที่ใช้ก็เรียบๆเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งบวกกับฉากสตูดิโอเรียบๆเข้าไปแล้ว ก็จะยิ่ง minimal อย่างเลยหล่ะ

หาทีมงาน

เรา search จาก Instragram เป็นหลักเลยค่ะ เจอคุณ toey_portfolio รู้สึกว่างานของเขาดูมีชีวิตชีวาดี และภาพก็สวยดีค่ะ ก็เลยเลือกถ่ายพรีเวดดิ้งให้สตูดิโอกับคุณเต้ย

package ตอนนั้นมี 3 แบบคือ

  1. ถ่ายรูปอย่างเดียว
  2. ถ่ายรูป รวมกับช่างแต่งหน้า หรือชุดแต่งงานบ่าวสาวคนละ 1 ชุด อย่างใดอย่างหนึ่ง
  3. ถ่ายรูปรวมช่างแต่งหน้า และชุดแต่งงานบ่าวสาวคนละ 1 ชุด

ตอนนั้นเราอยากลองแต่งหน้ากับช่างแต่งหน้าวันจริง เลยให้ช่างแต่งหน้าวันจริงมาแต่งหน้าให้ แต่ว่าเช่าชุดตามแพคเกจของคุณเต้ย ก็เลยเป็นแบบที่ 2 ราคาปลายปี 60 ตอนนั้น 17,000 บาท ค่ะ

ใน แพคเกจนี้คือถ่ายรูปรวมแต่งหน้าให้เวลา 5 ชั่วโมง เปลี่ยนชุดได้ 3 ชุด ก็คืออีก 2 ชุดที่เหลือต้องเตรียมมาเอง

เรามาเริ่มเลือกชุดกันเลยค่ะ

เลือกชุดแต่งงาน

สตูดิโอของคุณเต้ย ใช้ชุดจากร้าน Guy wedding ซึ่งมีชุดให้เลือกพอสมควร เดินทางก็สะดวก ลงที่ MRT ลาดพร้าว แล้วก็เดินถึงเลย แต่เอารถไปก็มีที่จอดตรงโชคดีติ่มซำ ค่อนข้างสะดวกเลย

สำหรับชุดแต่งงานที่ร้าน Guy wedding พอบอกว่าจะถ่ายพรีเวดดิ้งกับคุณเต้ย น้องพนักงานก็บอกเลยว่า “คุณเต้ยชอบแบบ minimal นะคะ แต่เอาที่ลูกค้าชอบก็ได้ค่ะ ” เราก็เลยเลือกชุดที่ฟูๆ ยาวๆนิดนึง แต่ไม่มีลวดลายมาก คือยัง minimal อยู่ พอมีสไตล์ในใจแล้ว ลองไปแค่ 2 ชุด ก็เลือกได้เลย รวดเร็วมาก

ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

ส่วนชุดแต่งงานเจ้าบ่าว จริงๆก็ง่ายมากค่ะ เป็นสูททักซิโด้ เลยใช้ชุดที่จะใส่วันจริงเลย (เป็นผู้ชายก็ง่ายอย่างงี้นี่เอง)

อธิบายไว้นิดนึงว่า ชุดทักซิโด้ ต่างกับสูททั่วไปตรงที่ ชุดทักซิโดจะมีส่วนของปกที่เป็นผ้าซาตินเงาๆ รวมไปถึงตรงกระดุม และขอบของกระเป๋าด้วย ส่วนใหญ่มักจะใส่กับหูกระต่าย

ส่วนตัวรู้สึกว่าการ match ชุดทักซิโดเข้าให้เซ็ตนี้ทำให้ชุดเจ้าสาวเองก็ดูหรูขึ้นมาทันทีเลย เมื่อเทียบกับการใส่สูทแบบธรรมดา ก็เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ คือตั้งใจจะให้เซ็ตชุดแต่งงานนี้ดูหรูไปเลยค่ะ

ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

เลือกเสื้อคู่ แบบใช้ธีมสี

ชุดที่ 2 มีแรงบันดาลใจมากจาก คู่รักอาวุโสชาวญี่ปุ่น ที่คิดว่าหลายๆคนคงเคยเห็น Bonpon511  คือคุณลุงคุณป้าแกมีแนวทางการ Match ที่เก๋มากๆ ไม่ใช่เสื้อคู่ที่เหมือนกัน แต่ว่าเป็นโทนสี และลวดลายที่คล้ายๆกัน แม้จะเป็นคนละ item กัน แต่พออยู่ด้วยกันแล้วก็ดูเป็นชุดที่ตั้งใจใส่ให้เข้าคู่กันมากๆ

ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

เราก็เลยตั้งใจว่าจะใส่เป็นชุดลำลองที่ดู Match กันระหว่างเจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่ว่าไม่ใช้เสื้อแบบที่เหมือนกันเป๊ะ แล้วก็เป็นแบบน่ารักๆ เกาหลีๆหน่อย คง concept เดิมไว้

ตอนที่ไปดูชุดที่ร้าน Guy wedding ก็ยังเหลือชุดของเจ้าบ่าวอีกชุดที่ยังไม่ได้เลือก ก็ไปเห็นสูทสีน้ำเงินลายตารางดูน่ารักดี แล้วเจ้าบ่าวก็ชอบด้วย ก็เลยเอาสูทสีน้ำเงินลายตารางมา Match กับชุดของเจ้าสาวคือ เสื้อยืด Uniqlo ลายทางสีน้ำเงิน กับกระโปรงสีขาว พออยู่ด้วยกันก็ดูเข้ากันดีเลย

ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

ชุดลำลองสไตล์ฤดูหนาว

มาถึงชุดสุดท้ายที่ชอบมากๆ ตอนนั้นคิดกันว่าอยากได้ชุดที่ดูสบายๆ ลำลองลงอีกนิดนึง ตอนแรกก็นึกถึง เสื้อขาวกางเกงยีนส์ ไม่ก็หาเสื้อยืดสีเหมือนกันมาใส่คู่ ก็บังเอิญไปเห็นชุดพรีเวดดิ้งของคุณนิวเคลียร์และคุณเพชรจ้า ก็เลยขอลอกเลยแล้วกัน (ถึงเราก็ไม่สวยเท่าเขา) แต่ดูแล้วรู้สึกว่าสไตล์นี้น่ารักดี และไม่ค่อยซ้ำใคร

ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

ชุดไหมพรมของเจ้าสาวได้จากร้านชั้นใต้ดิน ของเซนทรัลขอนแก่น จำไม่ได้เหมือนกันว่าร้านชื่ออะไร แต่ชุดของเจ้าบ่าวเป็นเสื้อไหมพรมของ Uniqlo ดู  Match กันพอดี ก็เป็นอันครบ 3 ชุดพอดีเลย

ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

แต่งหน้าทำผมสำคัญมาก

มาถึงส่วนสำคัญที่เคยบอกไป ว่านอกจากชุดถ่ายพรีเวดดิ้งแล้ว การแต่งหน้าทำผมนี่แหละสำคัญมาก เราจ้างช่างที่จะแต่งหน้าเจ้าสาวให้เราวันจริงมา ซึ่งคือคุณเจีย แห่ง Ti amo 

สไตล์แต่งหน้าของคุณเจีย จะค่อนข้างธรรมชาติมาก เบาๆ แต่ทำให้เราสวยขึ้น แต่บางคนก็อาจจะไม่ค่อยชอบ เพราะดูไม่ค่อยอลังการเท่าไหร่ แต่เราว่าสำหรับงานพรีเวดดิ้งวันนี้ สไตล์การแต่งหน้าของคุณเจียเหมาะมากที่จะเป็นแบบเกาหลี

แต่งหน้าถ่ายพรีเวดดิ้ง

ตอนแรกเราก็ไม่ได้บอกตรงๆว่าอยากได้แบบเกาหลี แค่อยากได้แบบดูธรรมชาติๆก็พอแล้ว แต่ตอนแต่งหน้าไป ก็คุยกันไปกับคุณเจีย คุณเจียก็เลยจับได้ว่าอยากได้แบบเกาหลี เลยจัดให้เลย ส่วนตัวเราชอบมากเลย รู้สึกว่าตัวเองสวยมาก 5555 แต่ยังดูเป็นตัวเองอยู่ และเป็นสไตล์แบบที่คิดไว้เลย

แต่งหน้าถ่ายพรีเวดดิ้ง

สำหรับการแต่งหน้าเจ้าบ่าว ที่เจ้าบ่าวหลายคนจะกลัวว่าน่าจะแปลก คุณเจียก็แต่งออกมาได้ธรรมชาติมาก คือปากไม่แดงไป หน้าไม่วอกไป คิ้วเข้มกำลังดี ลงตัวมากๆเลย

อย่าลืมข้าวของประกอบการถ่ายรูป

นอกจากชุดถ่ายพรีเวดดิ้งแล้ว อีกสิ่งที่ต้องเตรียมคือ อุปกรณ์ประกอบการถ่ายรูป หรือบางคนก็เรียกกันว่า Props  เช่น

  • อย่าลืมรองเท้าที่ต้องใส่ถ่ายรูป ต้องเข้ากับชุดด้วยนะคะ
  • แหวนแต่งงาน หรือแหวนหมั้น
  • Veil (ผ้าคลุมผม)
  • ตุ๊กตา
  • ดอกไม้
  • ของขวัญที่เคยให้กันและกัน
  • ของประกอบการถ่ายรูปสนุกๆอื่นๆแล้วแต่เราชอบเลย เช่น ลูกโป่ง หน้ากาก กระดาษโปรย ไฟ LED ฯลฯ

ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

เวลา Actions

มาถึงจุดนี้ หลังจากที่เสื้อผ้าหน้าผมพร้อม ก็ได้เวลา Action  สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้เป็นดาราหน้ากล้องซักเท่าไหร่ ก็อาจจะกังวลว่า ไม่รู้จะทำท่าอะไรดี ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ คุณเต้ยช่างกล้องเขาก็จะช่วยคิด บอกให้ทำนั่นทำนี่เอง แต่จริงๆถ้าเราคิดอะไรไว้เองบ้าง เราก็เสนอได้

ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง

ตอนที่เราถ่ายก็บอกตรงๆว่า คิดไม่ทันตากล้องเลย ตากล้องจะบอกให้ทำท่านั้นท่านี้ตลอด เสียอย่างเดียวคือบางทีเราก็เห็นภาพไม่เหมือนตากล้อง ไม่ค่อยเข้าใจ ทำออกมาก็เลยดูเก้ๆกังๆบ้าง แต่ว่าถ้าเป็นท่าที่เราเคยเห็น หรือนึกภาพออก ภาพก็จะค่อนข้างธรรมชาติ

อีกอย่างหนึ่งคุณเต้ยจะชอบบอกให้ยิ้มตาหยี จนเราคิดว่านี่เราต้องตาหยีทุกรูปเลยเหรอ 555 แต่จริงอย่างที่คุณเต้ยว่าค่ะ เวลายิ้มตาหยี เราจะดูมีความสุขมาก ทำให้ภาพที่ออกมาเห็นแล้วยิ้มตามเลย

ได้เวลาเลือกรูป

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ก็ใช้เวลาจนหมดพอดี เราก็เก็บของเก็บเสื้อผ้าที่เช่ามาไปคืน คุณเต้ย upload รูปภาพเป็น file ที่ไม่ละเอียดมาก(แต่ใช้ post ใน social media ได้)ให้ในเย็นวันนั้นเลย (อันนี้ประทับใจในความไวของคุณเต้ยมาก) วัตถุประสงค์คือให้เลือกรูปภาพ 50 ภาพ เพื่อจะ retouch ให้ค่ะลืมบอกว่า แพคเกจของเรา ได้ภาพทั้งหมดที่ปรับแสงให้ กับ 50 ภาพที่เลือกมา retouch ค่ะ โดย 50 ภาพนี้จะอัดใส่อัลบัมให้ขนาดโปสการ์ดด้วยตอนเลือกรูปนี่ก็ค่อนข้างลำบากใจมาก เพราะมีภาพที่ชอบเยอะมาก ต้องตัดแล้วตัดอีก กว่าจะเหลือ 50 ภาพได้

ภายในเวลาไม่เกิน 1 เดือนค่ะ คุณเต้ยก็ส่งภาพมาให้ อันนี้ประทับใจมากอีกอย่างคือมาเป็น Thumb drive ค่ะ ซึ่งปกติมักจะได้มาเป็นซีดี สะดวกสบายดีค่ะ เพราะ Notebook ที่ใช้อยู่ของเรากับแฟนไม่มีช่องซีดีแล้ว เสียบได้แต่  USB

ถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง

เอารูปไปทำอะไรมั่ง

อันนี้จริงๆก็หลายคนลืมคิดว่า รูปพรีเวดดิ้ง นี่มีประโยชน์อย่างไร สำหรับเราแน่ๆก็เอาไว้ติดในแกลลอรี่ในงานแต่งของเรา  จริงๆอันนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราเลือกแบบ Minimal เรียบๆ เพราะการตกแต่งงานของเราก็เน้นสไตล์โมเดิร์น แต่ยังแซมความหวานๆของดอกไม้สีชมพู ก็เลยอยากได้ภาพสไตล์โมเดิร์นหน่อย แต่ก็ยังหวานๆน่ารักๆอยู่ เพื่อให้เข้ากับการตกแต่งของงาน เราก็เลยเลือกธีมพรีเวดดิ้งแบบ minimal สไตล์เกาหลีนอกนั้นก็เอาไว้ Post ลง Social, ทำ event invitation ในเฟสบุ๊ค แล้วก็เก็บไว้เผื่ออนาคตจะได้เอามานั่งดูระลึกความหลังยังผอม สวย แบบนี้ 55

แกลลอรี่งานแต่ง ถ่ายพรีเวดดิ้ง

ข้อเสนอแนะสำหรับคู่ที่กำลังจะไปถ่ายพรีเวดดิ้ง

  • ห้ามเขินช่างกล้องเด็ดขาดเลย อย่าคิดมากว่าเราจะทำสวย หรือเท่ห์รึเปล่า หรือการกอดกัน จับมือกัน ก็อย่าคิดมากค่ะ ตากล้องเขาเห็นมาเป็นร้อยๆคู๋แล้ว
  • ฝึกยิ้ม และ หามุมกล้องที่สวยของตัวเอง แนะนำให้ลองดูในกระจกว่าเราต้องยิ้มแบบไหน ก้มหน้า หรือเงยหน้าแค่ไหน เอียงกี่องศา แล้วก็ลองทำแบบไม่ดูกระจก ประหนึ่งว่ากำลังอยู่หน้ากล้อง ส่วนใหญ่จะพยายามยิ้มให้ชินไว้ว่าต้องยิ้มแบบนี้ ส่วนความก้มเงยของหน้า เราใช้จำมุมเวลาที่มองตาตัวเองในกระจก พอมองกล้องก็ให้คิดว่ารูกล้องเป็นเหมือนตาตัวเองในกระจก ก็จะได้มุมที่เป๊ะมากๆเลย
  • เริ่มแต่งหน้าทำผมก่อนเวลา ตอนของเราเสียเวลาไปกับการแต่งหน้าทำผมพอสมควร ทำให้ชุดหลังๆค่อนข้างรีบร้อน จริงๆถ้าสามารถแต่งหน้าทำผมไปก่อนได้ก็จะช่วยประหยัดเวลาได้มากเลยทีเดียว

จบแล้วสำหรับเรื่องการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ขอให้ทุกคนได้ภาพสวยๆสมใจนะคะ