พรีเซ้นงานแต่ง
Wedding

ไอเดีย พรีเซ้นงานแต่ง แนวๆ และประสบการณ์งานด่วนแต่ออกมาดี

พรีเซ้นงานแต่ง เป็นหนึ่งในหลายๆองค์ประกอบของงานแต่งงานที่เราตื่นเต้นมาก ดูแต่ของคนอื่นมานาน วันนี้จะได้ทำของตัวเองแล้ว เย่ๆ

พรีเซ้นงานแต่ง

ไอเดีย พรีเซ้นงานแต่ง แนวไหนดี??

เริ่มแรกเลยก็นั่งดูพรีเซ้นเทชั่นคนอื่นก่อน เปิดเลย youtube ค้นหาคำว่า Wedding Presentation นั่งดูไปหลายแบบมากมาย เท่าที่ดูมาก็แบ่งเองคร่าวๆเป็น 2 แบบ

  • แบบสัมภาษณ์
  • ผูกเรื่องให้เป็นรายการอื่นๆ เช่นทำเหมือนละคร เกมโชว์ การ์ตูน หนัง หรือคล้ายๆกับโฆษณา

ดูแล้วตอนแรกคิดว่าแบบสัมภาษณ์ค่อนข้างจะซ้ำจำเจ อาจจะเพราะเป็นแบบที่ทำง่าย บางเจ้าก็อาศัยวันที่แต่งหน้าทำผมถ่ายรูป Prewedding แล้ว ก็สัมภาษณ์ต่อเลย เราก็ปรึกษากับแฟน แล้วก็ตัดสินใจกันว่าอยากทำอะไรที่ไม่จำเจ ทำเป็นรายการอะไรซักอย่าง แต่ว่าสอดแทรกเรื่องราวของเราลงไป

ตามหาทีมทำพรีเซ้นที่ถูกใจแบบลุ้นระทึก!!

จริงๆแล้วเราเริ่มติดต่อทำพรีเซ้นเทชั่นกันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ซึ่งคือประมาณ 4 เดือนก่อนงาน แต่แล้วโชคชะตาฟ้าลิขิต หรืออาจจะเป็นบุพเพสันนิวาส(ไม่เกี่ยว) ทีมงานแรกที่เราไปเริ่มถ่ายทำไว้ หลังจากถ่ายทำเสร็จดองงานไว้นานมาก ผ่านไปประมาณ 1 เดือนกว่าๆ จนกระทั่งอีก 3 สัปดาห์จะถึงงานแต่ง เราก็เริ่มทวงงาน ปรากฏว่า ยังไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากเอาไฟล์ที่ไปถ่ายทำกันลงคอม!!!! ตอนแรกก็รับปากว่าจะเสร็จวันนั้นวันนี้ แต่พอถึงวันก็ผลัดวันประกันพรุ่งมาเรื่อยๆ เราสองคนก็เริ่มเหนื่อยหน่ายกับทีมนี้มากเลย ตอนแรกก็ให้โอกาส และใจจริงก็คิดว่าใกล้วันแต่งมากแล้ว จะทำใหม่คงลำบาก แต่จนแล้วจนรอด เราก็คิดว่าคงจะไม่ไหวเป็นแน่แท้ เลยตัดสินใจหาทีมทำพรีเซ้นเทชั่นใหม่ 1 สัปดาห์ก่อนงาน !!! ขอย้ำว่า 1 สั ป ด า ห์ ก่อนงานแต่ง!?!?!? จะทันมั๊ย

พอดีว่าแฟนทำงานอยู่ทางอีสานใกล้ๆขอนแก่น เราเองก็เคยอยู่ขอนแก่นมาหลายปีค่อนข้างคุ้นเคย ประกอบกับสัปดาห์นั้นแฟนต้องเข้าไปขอนแก่นอยู่แล้ว เลยลองหาทีมงานแถวขอนแก่น เชื่อว่าน่าจะมีทีมฝีมือดีๆอยู่ไม่น้อย และต้องขอบคุณเพื่อนคนหนึ่งที่แต่งงานก่อนหน้าเราประมาณ 2 สัปดาห์ที่ขอนแก่น นั่งดู Presentation ของเพื่อนแล้วรู้สึกว่าดูเก๋ดี ก็เลยลองติดต่อทีมงานนี้ดู ลุ้นมากกกก  เวลาก็มีไม่มากไม่รู้ว่าเขาจะรับงานเรามั๊ยด้วย

เริ่มต้นใหม่กับ Joystick Films

วันพฤหัส 1 สัปดาห์ กับอีก 3 วันก่อนงานแต่งงาน

เวลาตี 1 เราคุยกับแฟนผ่านทาง video call ด้วยความกังวลว่าพรีเซ้นเทชั่นงานแต่งงานของเราจะเสร็จไม่ทันกับวันงาน และอาจจะไม่ดีอย่างที่เราคิดไว้  สุดท้ายเราทัั้งสองคนเลยตัดสินใจว่าจะลองหาทีมทำพรีเซ้นเทชั่นใหม่ ถามว่าเรื่องนี้เป็นไปได้มั๊ย ตอนนั้นเราเหลือเวลาเสาร์อาทิตย์สุดท้ายก่อนวันงาน คำนวณแล้วถ้าถ่ายทำในวันเสาร์หรืออาทิตย์ที่เหลืออยู่นั้น และให้เวลาทีมตัดต่อส่งงานก่อนวันงาน 1-2 วัน สัปดาห์นี้น่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ต้องตัดสินใจว่าจะ reset งานพรีเซ้นเทชั่นใหม่หมด หรือจะถูไถงานเดิมที่ไม่รู้จะเสร็จหรือไม่ หรือเราจะไม่มี พรีเซ้นเทชั่นไปเลย (สำหรับเราแล้วคงจะเศร้าและเซ็งมาก)

พรีเซ้นงานแต่ง

คืนนี้เราข้อความทิ้งไว้ใน Facebook ของทีม Joystick Films ว่าต้องการทีมทำพรีเซ้นเทชั่นงานแต่งแบบเร่งด่วน ในใจก็ภาวนาขอให้มีคิวทีเถอะ (สาาาาาาาธุ))

วันศุกร์ 1 สัปดาห์ กับอีก 2 วัน

ตอนเช้าทางคุณโอห์ม หนึ่งในทีมงาน Joystick Film ตอบมาว่า  OK  ทำได้ และน่าจะทัน ตอนนั้นดีใจมากอย่างกับถูกหวย อย่างน้อยก็มีคนรับทำงานนี้แล้ว และดูจากผลงานเดิมๆ คิดว่าน่าเชื่อถือได้มากทีเดียว

“แต่บทพูดต้องเสร็จภายในวันนี้เลยนะครับ ถ้าเราจะถ่ายทำกันวันอาทิตย์” คุณโอห์มบอกผ่านทางโทรศัพท์

“ได้ค่ะ ลุย!! “ตอนนั้นคิดแต่ว่าตัดสินใจมาถึงขั้นนี้แล้ว  ต้องเต็มที่ค่ะ

พรีเซ้นเทชั่นงานแต่งงานฉบับเร่งด่วน

ขั้นตอนการผลิตงานพรีเซ้นเทชั่นงานแต่งแบบเก๋ๆมีดังนี้

จัดทำสคริป

การจะได้มาซึ่งพรีเซ้นเทชั่นที่ดูดี ไม่น่าเบื่อ ต้องมีการวางแผน วางสคริปให้ดีนะคะ จะให้สัมภาษณ์ พูดๆไปเรื่อยๆ ก็คงจะไม่ดีแน่นอน

หลังจากตกลงงานตอนเช้า บ่ายก็มีคุณกุ๊กกิ๊กจาก Joystick Films โทรมา

“กุ๊กกิ๊กเป็นคนเขียนบทนะคะ ลูกค้าอยากได้แบบไหนคะ….”

โอ้ว รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นดาราหนังขึ้นมาทันที มีคนในทีมมาช่วยเขียนบทด้วย

สิ่งที่ทีมงานต้องการในการเอาไปจัดทำบท หรือ สคริปมี 2 อย่างค่ะ คือ วิดิโออ้างอิง หรือ reference และ เนื้อหาที่เราอยากนำเสนอ

Reference

ถึงเราจะอยากได้งานที่ไม่ซ้ำใคร แต่ยังไงก็ควรมี video ที่เป็นแบบอ้างอิงให้กับทางทีมงานดูก่อนว่า อยากได้โทนแบบไหน อารมณ์แบบไหน ของเราตอนนั้นอยากได้แนวตลกๆ ดูไม่ซ้ำใคร ไม่น่าเบื่อ ก็อย่างที่เคยเล่าค่ะ มีเพื่อนคนหนึ่งของเราที่แต่งงานที่ขอนแก่นก่อนหน้าเราประมาณ 2 สัปดาห์ เป็นวิดิโออ้างอิงได้อย่างดีเลย

เนื้อเรื่อง

ง่ายๆก็คือเราอยากนำเสนอเรื่องราวอะไรบ้างให้แขกในงาน หรือคนอื่นๆดูเกี่ยวกับเรื่องราวความรักของเรา 2 คน หรือง่ายๆถ้าเราไปงานแต่งงานของเพื่อนหรือญาติซักคน มีอะไรบ้างที่เราอยากรู้เกี่ยวกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว

เราก็จะยกตัวอย่างหัวข้อให้เพื่อนๆ ตามนี้นะคะ

  • แนะนำตัวบ่าวสาว ง่ายๆเช่น ชื่อจริงนามสกุล ชื่อเล่น วันเกิด พ่อกับแม่เป็นใคร มีพี่น้องกี่คน เรียนจบที่ไหน ตอนนี้ทำงานอะไร หัวข้อนี้บางคนก็รู้สึกว่าควรมี แต่ส่วนตัวเราคิดว่าไม่ค่อยจำเป็น เพราะคนที่มาส่วนใหญ่ก็รู้จักเราบ้างอยู่แล้ว และหัวข้อนี้อาจไม่ใช่หัวข้อสำคัญที่ทุกคนอยากรู้ และเราก็อยากให้วิดิโอไม่ยาวเกินไป ก็เลยตัดหัวข้อนี้ออก
  • เจอกันได้ยังไง
  • จีบกันยังไง
  • ความประทับใจต่ออีกฝ่าย
  • เหตุการณ์สำคัญๆ หรือจุดพลิกผัน เช่นเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เรามองอีกฝ่ายเปลี่ยนไป หรือ เหตุการณ์อะไรที่ทำให้เราต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง ตรงนี้ถ้ามีจะดีมากๆเลย มันเหมือนจุด climax หรือ จุดพลิกผันของเรื่อง ทำให้วิดิโอของเราน่าสนใจขึ้น
  • ขอเป็นแฟนยังไง
  • ขอแต่งงานยังไง
  • อยากบอกอะไรอีกฝ่าย

ไอเดีย พรีเซ้นงานแต่ง อินเทรนด์เกาะกระแสละครบุพเพสันนิวาส

หลังจากส่งข้อมูลทั้งหมด และ reference ให้ทีมงานแล้ว คุณกุ๊กกิ๊กก็เลยให้การบ้านมาว่า ไปหาเช่าชุดไทยมาหน่อยได้มั๊ย เราจะเกาะกระแสละครบุพเพสันนิวาส ที่กำลังดังในช่วงนี้กัน!!!

พรีเซ้นงานแต่ง

ตอนนั้นรู้สึก”ว้าว”มาก กับไอเดียของคุณกุ๊กกิ๊ก รู้สึกว่าสร้างสรรค์ และทันเหตุการณ์ และเรามั่นใจมากว่าคนต้องชอบ โดยเฉพาะพ่อกับแม่ของเราที่ติดละครบุพเพสันนิวาสมากกกก

นอกเหนือไปจากชุดไทยแล้ว เราก็ต้องเตรียมชุดไปรเวทคนละ 1 ชุด และเครื่องสำอางค์ อุปกรณ์แต่งหน้าเซ็ตผมของเราเอง ที่เหลือเราก็แทบไม่ต้องเตรียมอะไรเลย อุปกรณ์ประกอบฉาก รวมไปถึงการจอง studio ถ่ายทำ ทางทีมงานจะเตรียมให้

ทำการบ้าน

วันเสาร์ 1 สัปดาห์ กับอีก 1 วันก่อนงานแต่งงาน

เราออกไปหาร้านเช่าชุดไทยกัน ก็พบของดีในขอนแก่น ร้านชื่อ อัปสรานคร

ดูจาก FB : https://www.facebook.com/apsaranakon/

ร้านเช่าชุดไทยขอนแก่น แบบบุพเพสันนิวาส
ร้านเช่าชุดไทยในขอนแก่น บุพเพสันนิวาส

อัปสรานคร เป็นร้านเช่าชุดไทยแบบตัวจริงของจริง ร้านอื่นๆที่เดินดูตอนแรก อาจจะออกแนวแฟนซีหน่อย มีชุดหลากหลายไม่ว่าจะไทย จีน ฝรั่ง ให้เลือก พอเราเน้นชุดไทยก็เลยมีตัวเลือกให้ไม่มาก แต่ร้านนี้มีแต่ชุดไทยเน้นๆ และเจ้าของร้านเองก็มีความรู้ด้านชุดไทยแบบค่อยข้างดีมากเลยทีเดียว

พรีเซ้นงานแต่ง

บอกคุณพี่เจ้าของร้านว่า อยากได้ชุดพี่หมื่นกับแม่การะเกด คุณพี่ก็จัดให้ตามงบที่เราต้องการ (จริงๆคุณพี่มีแบบเลิศกว่านี้ แต่งบอาจจะบานปลายไปซักหน่อย เลยลดๆสเป็กลง) สรุปก็จัดกันไปคนละ 2 ชุดไทย คุณพี่ก็ mix and match สี และเครื่องประดับชุดให้เป็นอย่างดี แถมสอนวิธีใส่ให้อย่างครบถ้วน สรุปว่าประทับใจมากๆค่ะ

ตอนเย็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำหลังจากหาชุดไทยได้แล้ว คุณกุ๊กกิ๊กก็ส่งสคริปที่จะต้องเล่นในวันพรุ่งนี้มาให้ค่ะ (ได้สวมบทเป็นดาราดังกันก็คราวนี้แหละ) ก็ท่องบท และลองเล่นกันขำๆวนไปค่ะ

พรีเซ้นงานแต่ง

ถ่ายทำจริง

วันอาทิตย์ 1 สัปดาห์ก่อนงานแต่งงาน

วันนี้เป็นวันเปิดกองละคร (นี่คงเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตที่ได้ใช้ประโยคนี้กับตัวเอง) ตื่นเต้นมั๊ย ก็ไม่…..น้อยเลย นัดกับทีมงานตอน เก้าโมงครึ่ง ซื้อข้าวกลางวันมาพร้อม เพื่อไม่ให้เสียเวลา เวลาถ่ายทำก็ไม่ได้เรียงลำดับฉากเป๊ะๆตามสคริปหรอกนะคะ แต่จะสลับๆบ้างเพื่อความง่ายในการแต่งตัว แต่งหน้าทำผม และคิดเองว่าทีมงานคงจะตั้งใจเอาฉากง่ายขึ้นก่อน แล้วฉากยากสุดท้าย ก็คือถ่ายทำช่วงสัมภาษณ์ก่อน แล้วค่อยช่วงละครบุพเพสันนิวาสตอนท้าย

พรีเซ้นงานแต่ง

ขั้นตอนก็คือทีมงานจะบอกเราว่าจะถ่ายทำฉากไหนก่อน จากตรงไหนถึงตรงไหนของสคริป ส่วนใหญ๋ก็จะซอยออกเป็นบทสั้นๆให้เพื่อความง่ายของดาราสมัครเล่นอย่างเรา บอกให้เราแต่งตัวแบบไหน แล้วทีมก็จะจัดฉากจัดไฟ ระหว่างที่เราแต่งตัว ให้เราลองซ้อมพูดซ้อมเล่นก่อน บางทีถ้าเราไม่เข้าใจคุณกุ๊กกิ๊ก ผู้กำกับ และผู้เขียนบทของเราก็จะเล่นให้ดู ทำสีหน้าให้ดูว่าอยากได้แบบไหน อารมณ์ประมาณไหน ฟังดูเหมือนง่ายนะ แต่บางตอนนี้ประมาณ 10++ take เลยทีเดียว

พรีเซ้นงานแต่ง

พอลองถ่ายไปก็มาลอง play back คือเปิดดูซ้ำว่าโอเคมั๊ย เราเองชอบมั๊ย หรือผู้กำกับทั้งสองของเราโอเคมั๊ย ส่วนใหญ่เราตอนแรกๆ ดูไปก็นึกไม่ค่อยออกหรอกค่ะว่าอันนี้โอเครึยัง พอเล่นไปซักพักก็เริ่มพอนึกภาพออก

  • ถ่ายทำช่วงไหนง่ายสุด

จริงๆช่วงสัมภาษณ์ง่ายที่สุด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพรีเซ้นงานแต่งส่วนใหญ่ ถึงทำเป็นแบบสัมภาษณ์ แต่สัมภาษณ์ที่ว่าง่ายก็ใช่ว่าจะ Take เดียวผ่านนะ เพราะว่าแม้จะเป็นคำตอบของเราเอง แต่ก็ต้องผ่านการเรียบเรียงให้ไม่วกวน ไม่เยิ่นเย้อ กระชับและได้ใจความ เอาจริงๆก็ต้องท่องนิดหน่อยสำหรับส่วนที่ต้องตอบ เพื่อให้คนฟังเข้าใจง่าย และวิดิโอไม่ยาวจนเกินไป

  • ถ่ายทำช่วงไหนยากสุด

อะไรก็ตามที่ไม่ค่อยเป็นตัวเองจะเล่นยากสุด คือเล่นสีหน้าท่าทางให้ดูแบบเหมือนแม่การะเกดนี่ ไม่ง่ายเลย 555  ที่เราทำการบ้านไว้ ลองซ้อมลองเล่น เอาเข้าจริงเทียบอะไรไม่ได้เลยกับที่ทีมงานคิดไว้ คือต้องใส่สีหน้า ใส่ท่าทาง ใส่อารมณ์มากกว่านั้นมากกกก  ที่เราคิดว่าเราเล่นใหญ่แล้ว เล่นเยอะแล้ว พอมองผ่านกล้องกลับดูน้อยไปเลย ถึงจุดนี้นับถือดารานักแสดงทุกคนค่ะ แต่ละคนที่จะตีบทแตกได้นี่ต้องเป็นคนที่รู้จักการแสดงสีหน้าท่าทาง อารมณ์ มุมกล้องและมีสมาธิมากๆ

  • วิดิโอ 7 นาที ใช้เวลาถ่ายทำจริง???

เราเริ่มกันตอน 9 โมงครึ่ง เสร็จตอนประมาณ 6 โมงเย็นค่ะ รวมทั้งหมดก็ประมาณ 8 ชั่วโมงกว่าๆ รวมพักเที่ยงด้วยประมาณ หนึ่งชั่วโมง อันนี้เป็นแบบที่ถ่ายทำที่สตูดิโอทั้งหมด (ด้วยเวลาที่จำกัดของเรา) แต่ทางทีมงานบอกว่าถ้าเป็นพวกวิดิโอที่เปลี่ยนสถานที่ด้วย อาจจะต้องใช้มากกว่า 1 วันค่ะ แต่เวลามันก็มีเท่านี้แหละนะ (ส่วนบางคนที่ดูวิดิโอของเราแล้วเห็นบางส่วนเป็นวิดิโอนอกสถานที่ นั่นคือวิดิโอที่เราเคยถ่ายเล่นกันเอง เอาไว้ทำวิดิโอ save the date ค่ะ ตอนนั้นเลยส่งให้ทางทีม เผื่อเอาไปใส่เพิ่มเนื่องจากไม่มีเวลาไปถ่ายทำมากกว่านี้แล้วค่ะ)

พรีเซ้นงานแต่ง

รองาน และแก้ไข

หลังจากถ่ายทำเสร็จ เราก็ปล่อยให้ทีมงานทำงานค่ะ เนื่องจากช่วงนั้นเป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะถึงวันแต่งงาน เราเองก็เลยยุ่งอยู่แล้วกับการเตรียมงานอื่นๆ แล้วก็ไปทำสวยของตัวเองด้วย

พรีเซ้นเทชั่นงานแต่งควรยาวเท่าไหร่

วันพุธ อีก 4 วันก่อนงานแต่งงาน

ทางทีมงานก็ส่ง draft แรกมาให้แล้วจ้า เร็วมากมาย เราเคยอ่านมาว่าวิดิโออย่างโฆษณา คนดูมักจะสามารถสนใจดูได้ในช่วง 2 นาทีแรก หลังจากนั้นความสนใจจะเริ่มลดลงเรื่อยๆ แต่พรีเซ้นงานแต่ง 2 นาทีก็คงจะสั้นเกินไป เราก็เลยตกลงกับแฟน และบอกทีมงานไว้ตั้งแต่จะเริ่มทำเลยว่าขอประมาณ 5 นาที ตอนแรกทางทีมบอกว่าตัดต่อออกมาได้ 8 นาที ก็เลยต้องมีการตัดเนื้อหาบางส่วนออกไป  สุดท้ายเหลือที่ 6.57 นาที ถึงจะยาวกว่าที่คิดไว้ แต่นั่งดูเองรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อเลย ก็เลยตกลงที่ความยาวเท่านี้

หลังจากที่เราตกลงและพอใจวิดิโอ draft ที่ส่งมาแล้ว ทีมงานก็จะใส่ Subtitle ให้ เพื่อให้คนดูเข้าใจง่ายขึ้น และในกรณีที่ได้ยินเสียงไม่ชัด

วันเสาร์ 1 วันก่อนงานแต่งงาน

ทางทีมงานก็ส่งงานมาให้ Download ทางอีเมล์ ทุกอย่างเรียบร้อยดี เราก็เอาไปลองเปิดกับทางโรงเแรม ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี และทำได้ทันตามที่เราตกลงกันไว้  รู้สึกโล่งใจ และปลื้มมากๆที่สุดท้ายก็ได้ พรีเซ้นเทชั่นงานแต่งแบบเก๋ๆมากจริงๆ กด LIKE ให้ทีมนี้จริงๆค่ะ

ความประทับใจ หลัง On air

วันจริงตอนที่เปิดพรีเซ้นในงาน โดยปกติเราก็ไม่ได้อยู่เห็นสีหน้า หรือเสียงฮือฮาของคนในงานหรอกค่ะ เพราะส่วนใหญ่เราจะเปิดพรีเซ้นเทชั่นก่อนที่เราจะเปิดตัวบ่าวสาว คือเราอยู่นอกห้อง ขณะที่แขกดูวิดิโอกัน เราได้รับรู้ Feedback ส่วนใหญ่ ก็หลังจากจบงานแล้วค่ะ พ่อกับแม่และเพื่อนๆ มาติชมให้ฟัง

พอมีคนชม เราสองคนที่เป็นบ่าวสาว เป็นคนจัดงานนี้ และนี่เป็นวันสำคัญของเรา เราก็ปลื้มใจมากค่ะ วิดิโอนี้หลายคนมาแซวว่าอินเทรนมาก ทันต่อเหตุการณ์มากๆ ละครกำลังฮิตอยู่เลย อันนี้เราก็คงต้องบอกว่ามันเป็นความโชคดีในความโชคร้ายที่เราต้องทำพรีเซ้นงานแต่งแบบเร่งด่วนแบบนี้ และยกประโยชน์ให้ทีม  Joystick ที่ทำสคริปแบบนี้มาให้ค่ะ  หลายคนบอกว่าซึ้งมาก เรายอมรับเลยว่าเรื่องราวการเสียสละของเจ้าบ่าวมันซึ้งมาก และเราขอบคุณเจ้าบ่าวมากที่เล่าเรื่องนี้ให้ทีมงานฟัง ทีมงานจึงยกขึ้นมาเป็น Climax ของพรีเซ้นเทชั่นของเรา  บางคนก็ชมว่าพรีเซ้นเทชั่นสนุกดี ไม่น่าเบื่อ ไม่ยาวเกินไปก็มีนะคะ แสดงว่าาความยาวของพรีเซ้นงานแต่งที่เหมาะสมก็สำคัญมากเช่นกันคะ

มาจนถึงวันนี้เราไม่เสียใจเลยที่เราสองคนพยายามทำให้พรีเซ้นเทชั่นเสร็จ ดีใจที่เราฝ่าฟันอุุปสรรคนี้มาได้ พยายามหา พยายามถาม เราเองแลกเวร และตีตั๋วเครื่องบินด่วนไปขอนแก่น เพื่อทำให้มันเกิดขึ้น และขอบคุณที่ความรักของเราที่ทำให้เกิดเรื่องซาบซึ้งใจนี้ขึ้น ทำให้ Wedding presentation ในวันแต่งงานของเราเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีของเรา เมื่อไหร่ทึ่นึกถึง หรือกลับมานั่งดูก็ยิ้มได้ทุกครั้งไป

พรีเซ้นงานแต่ง

ฝากถึงว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่อไป

พรีเซ้นเทชั่นงานแต่ง สำหรับเราสองคนคิดว่ามันเป็นวิธีการนำเสนอเรื่องราวความรักของเราได้ดีมาก ตอนแรกเราก็ฟุ้งซ่านมาก อยากจะทำให้ออกมาตลก แหวกแนว เป็นที่จดจำของคนทีี่มางาน สุดท้ายหลังจากจบงานนี้แล้ว เราก็เข้าใจ สำหรับเราแก่นแท้ของการทำ wedding presentation มันคือการเล่าเรื่องของเราสองคน  แขกที่มางานแต่งงานอาจจะเห็นสถานที่ เห็นดอกไม้ เห็นรูปถ่ายที่เราตกแต่งไว้ พวกเขาอาจสัมผัสได้เพียงความหวาน ความเก๋ ความเท่ ที่เราพยายามสร้างบรรยากาศให้พวกเขารู้สึก  แต่ในรายละเอียดแล้ว การที่เราเรียนเชิญผู้คนที่เขาเป็นคนสำคัญในชีวิตของเรามาร่วมรับรู้การเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราในวันแต่งงาน เราต้องถามตัวเองว่าเราอยากเล่าอะไรเกี่ยวกับความรักของเราให้พวกเขาฟังบ้าง ให้พวกเขาได้ซาบซึ้งและได้ร่วมยินดีไปกับความรักของเราในวันนั้นค่ะ สำหรับคนที่พูดไม่เก่งแบบเราสองคน หรือพูดเรื่องซึ้งๆทีไรก็อดน้ำตาซึม สะอึกสะอื้นทุกครั้งไป พรีเซ้นเทชั่นนี้แหละค่ะ เป็นตัวช่วยในการเล่าเรื่องของเรา แทนการตอบคำถามยากๆบนเวที แทนการพูดต่อหน้าคนเยอะๆที่ทำให้นึกอะไรไม่ออก และทำให้เรามีเวลาได้คิดคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกได้ตรงใจเรามากที่สุดด้วยค่ะ

 

ดูพรีเซ้นเทชั่นเต็มๆได้ที่นี่ Numwan&Build Wedding Presentation