ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว
Advice,  Wedding

คำแนะนำการเลือก ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว ให้โดนใจ

สวัสดีค่ะ ตอนนี้เราจะมาว่ากันด้วยช่างแต่งหน้าค่ะ ตอนนั้นเราเริ่มหา ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว ก่อนงาน 7 เดือนเลยค่ะ ข้อดีคือติดต่อไปที่ใครส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหา ค่อนข้างว่างอยู่ (แต่ไม่แน่ว่างานเราอาจจะไม่ใช่ช่วง high season แล้ว คิวก็เลยไม่แน่นเท่าไหร่นัก) ตอนที่หาก็เริ่มจากสอบถามเพื่อนๆที่แต่งงานกันไปก่อนแล้วว่าใช้บริการที่ไหนกันบ้าง แล้วก็ search จากในอินเตอร์เน็ต เอาค่ะ

แต่งหน้าเจ้าสาว, เลือกช่าง ราคา ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว

เป็นคำถามที่ทุกคนสงสัยค่ะ ว่าช่างแต่งหน้าเจ้าสาวนี่ราคาซักเท่าไหร่ จริงๆก็มีราคาตั้งแต่ 5,000+ จนถึง 50,000+ แต่ราคาส่วนใหญ่ช่วงนั้นที่สอบถามจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทเลยทีเดียว(ราคาช่วงปลายปี 60)

อันนี้เป็นเวลาต่อช่วงนะคะ อย่างเช่น  ถ้าเราจัดงานเช้า แล้วเลี้ยงตอนเย็น ก็จะคิดเป็นสองช่วงเวลาคือ 15,000 x 2 = 30,000 บาท แต่ถ้าเราจัดงานเช้า ต่อด้วยเลี้ยงเที่ยงและเราต้องการให้ช่างเปลี่ยนทรงผม และเติมหน้าระหว่างเปลี่ยนช่วง ก็มักจะคิดเป็นรอบครึ่ง รวมเป็นประมาณ 20,000-25,000+ บาทค่ะ

ราคาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะไม่รวมค่าเดินทาง ในกรณีที่เราแต่งงานต่างจังหวัด แล้วขอให้ช่างจากจังหวัดอื่นตามไปแต่งหน้าทำผมให้ เราก็อาจจะต้องมีค่าเดินทางให้ทีมช่างเพิ่ม แล้วแต่ความใกล้ไกลค่ะ

ทำไมแต่งหน้าเจ้าสาวถึงราคาสูง

อันนี้ตอนแรกก็สงสัยมากเช่นกัน รู้สึกว่าแค่แต่งหน้าเอง ไม่กี่ชั่วโมงก็เช็ดออกหมด ทำไมต้องจ่ายแพงขนาดนี้เลยหรือ

ต้องถามก่อนว่าความต้องการของเจ้าสาวทุกท่านคืออะไร คือความสวยหรูดูดี ไม่ดูหลอก ไม่ดูงิ้ว หรืออธิบายสั้นๆคือ เราอยากสวยที่สุดในงาน สวยที่สุดในชีวิต (ขนาดนั้น) ความคาดหวังที่สูงมากับงานที่ละเอียดละออ ตั้งแต่การลงผิวให้ดูเรียบเนียน ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย การแต่งหน้าลงแสงเงาที่พอดีถ่ายรูปขึ้น และยังต้องทนน้ำ ทนเหงื่อ ทนน้ำตาด้วยนะคะ ยิ่งถ้าร้านที่ใช้เครื่องสำอางค์แบรนด์ดีๆ แค่ต้นทุนก็เยอะแล้วค่ะ

เราเองก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกัยบรรดาช่างแต่งหน้าท่านใดนะคะ แต่ถือว่าใจเขาใจเรา การแต่งหน้าเหมือนงานศิลปะ ยิ่งช่างที่ดัง ผลงานก็ยิ่งราคาแพงตามไปค่ะ

เจ้าสาวอย่างเราก็เลือกผลงานที่ชอบ ในราคาที่เราโอเคค่ะ

แต่งหน้าเจ้าบ่าว และทำผมเจ้าบ่าวหล่ะ

ส่วนใหญ่ราคาแต่งหน้าเจ้าสาว ก็มักจะรวมแต่งหน้าทำผมเจ้าบ่าวด้วยค่ะ ซึ่งคิดว่าส่วนใหญ่เราก็ไม่ค่อยอะไรมาก กับสไตล์การแต่งหน้าหรือเซ็ตผมของเจ้าบ่าว (เราเอาหน้าเราเป็นหลัก 555) แต่เอาเข้าจริงก็สำคัญไม่แพ้ของเจ้าสาวเลยนะคะ ถ้าจะให้ดีอย่าลืมสอบถามด้วยว่าแต่งหน้าเซ็ตผมเจ้าบ่าวเป็นยังไง พอจะมีรูปให้ดูบ้างมั๊ย

สิ่งที่ค่อนข้างสำคัญมากสำหรับเจ้าบ่าวคือ

  • ทรงผม แนะนำว่าถ้าจะตัดผมให้ตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนงานนะคะ ทรงผมจะได้เข้าที่ซักหน่อยก่อน แล้วก็จะให้ดีควรมีแบบทรงผมที่อยากได้ในวันงานไปให้ช่างตัดผมด้วย จะได้ตัดทรงที่สามารถเซ็ตทรงนั้นๆได้ หรือถ้าทำไม่ได้แน่ๆจะได้รู้ตัวก่อนค่ะ ตัดเสร็จให้ช่างตัดผมลองเซ็ตให้ ถ้าชอบก็ให้ถ่ายรูปเก็บไว้ทั้งหันตรง หันข้าง วันงานจริงๆจะได้มีทรงผมเป็นตัวอย่างให้ช่างทำผมค่ะ บางครั้งอธิบายด้วยคำพูดก็สู้มีภาพประกอบไม่ได้ค่ะ
  • คิ้ว
  • ปาก สีที่กำลังดี ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แดงจนเกินไป

เลือก ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว ยังไงดี

บางคนโดยเฉพาะสาวที่ไม่ค่อยแต่งหน้านะคะ อาจจะสงสัยว่าดูรูปไปตาม facebook หรือ intragram รู้สึกลายตามาก ไม่รู้จะเลือกยังไงดี ผลงานแบบไหนที่เรียกว่าสวย อันนี้จริงๆก็ไม่มีกฎตายตัว ลางเนื้อชอบลางยากันไป บางคนว่าคนนี้แต่งหน้าสวย อีกคนก็ว่าไม่สวย ก็เลยจะเอาหลักการส่วนตัวมาแชร์ให้ฟังค่ะ

แนวคิดเรื่องการแต่งหน้าเจ้าสาว

ก่อนอื่นเอาแนวคิดของเราก่อนค่ะ เพราะว่าเวลาดูรูป ใครๆก็สวยค่ะ สวยคนละแบบแตกต่างกันไป แต่เราอาจจะต้องมองดูรายละเอียดให้มากกว่านั้น คิดว่าถ้าช่างแต่งหน้าคนนี้มาวาดศิลปะบนหน้าเราจะเป็นยังไง

บางคนมองว่าการแต่งหน้าเจ้าสาว คือต้องแต่งให้สวยมาก (ก. ไก่ล้านตัว) สวยจนแทบจำไม่ได้แบบนี้ อันนี้เวลาเราดูผลงานของช่าง ก็อาจจะเน้นที่ความดูสวยเด่นเป็นหลัก อาจจะดูแต่งหน้าเข้มหน่อย แต่เน้นความสวยงามอลังการ

บางคนต้องการแบบธรรมชาติๆ เหมือนชีวิตประจำวันของเรา เพียงแต่ให้ดูเนี๊ยบขึ้นนิดหน่อย สวยแบบเบาๆ อันนี้ผลงานช่างก็จะดูเบาๆบางๆ เหมือนสไตล์ no-makeup makeup ประมาณนั้น

บางคนก็ขอแบบกลางๆ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ก็อาจจะเลือกดูที่ไม่จืด แต่ไม่เข้มมากนัก ออกจะแนวญี่ปุ่นๆ เกาหลีๆนิดนึง

นอกจากนั้นก็ลองดูรายละเอียด เทียบกับหน้าของเราหลายคนจะมีจุดอ่อน หรือจุดที่เราอยากจะปรับปรุงบนหน้าของเรา เช่น ตาตี่ จมูกแบนไป หรือหน้ากลมไป เราอาจจะต้องลองมองหาผลงานของช่างที่เราสนใจว่าเขาสามารถแก้ไขจุดบกพร่องเหล่านั้นได้ดีแค่ไหน เช่นอย่างเราตาเล็ก ตาชั้นเดียว ก็จะพบว่าช่างแต่ละท่านแต่งหน้าผู้หญิงที่ตาชั้นเดียวออกมาได้ไม่เหมือนกัน บางคนแต่งแล้วตาดูเล็กกว่าเดิมด้วยซ้ำไป บางท่านแต่งออกมาแล้วดูเป็นตาชั้นเดียวที่สวยงาม หรือบางคนแต่งแล้วหมือนตาโตขึ้นชัดเจน อันนี้แล้วแต่เจ้าสาวชอบ ว่าแบบไหนที่อยากให้ตัวเองเป็นในวันแต่งงานของเรา

ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว

ดูทรงผม

ดูเรื่องการแต่งหน้าแล้วอย่าลืมดูเรื่องทรงผมด้วย ลองดูคร่าวๆว่าเขาพอจะทำทรงที่เราอยากได้ออกมาสวยหรือไม่ ดูจากผลงานเก่าของเขานะคะ อย่างบางคนอยากได้ทรงที่ดูยุ่งๆนิดนึงแบบเกาหลี แต่ผลงานช่างมีแต่เนี๊ยบๆ เรียบๆ เราก็อาจจะกำลังให้ช่างแต่งหน้าเจ้าสาวของเราทำสิ่งที่เขาไม่ถนัด ก็อาจจะออกมาถูกใจเรายากหน่อยนะคะ

ทดลองแต่งหน้า

สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่แน่ใจก็อาจจะทดลองแต่งหน้าก่อนได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียว สำหรับคนที่ต้องการความมั่นใจ แต่การทดลองแต่งหน้าก็มีค่าใช้จ่ายเหมือนกันนะ

  • ถ้าเป็นช่างประจำของเราอยู่แล้ว เราก็สบายเลย รู้สไตล์กันดี
  • จ้างให้มาแต่งหน้าไปงาน หรือ แต่งหน้า prewedding อันนี้ก็คุ้มค่าดี ได้พูดคุย คุ้นเคย และอะไรที่ไม่ชอบ หรือชอบก็สามารถบอกช่างได้ก่อนล่วงหน้า แต่ข้อดีคือถ้าเกิดช่างทำได้ถูกใจเรา เราก็จะมีความมั่นใจในตัวช่างมากๆเลยค่ะ ว่าเราต้องสวยถูกใจแน่นอน แต่เกิดช่างทำได้ไม่ถูกใจเรามากนัก ก็อาจจะเริ่มไขว้เขว ว่าเราควรจะแค่บอกให้เขาแก้ หรือว่าเปลี่ยนช่างไปเลยดี อันนี้อาจจะต้องคุยกันในรายละเอียดตั้งแต่เงินมัดจำที่วางไปแล้ว และเรามีตัวเลือกช่างคนอื่นๆอีกหรือไม่
  • ให้ลองแต่งหน้าเจ้าสาวจริงๆ อันนี้คือไม่ได้ไปงานอะไร แต่ไปลองจริงๆเลย ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ไม่เบาเลย อย่างช่างบางท่านแต่งหน้าวันจริง 20,000 แต่ลองแต่งหน้า 10,000 บาท ก็เรียกว่าซ้อมใหญ่เลยก็ว่าได้ค่ะ จะได้ลองทำทรงที่อยากได้ แต่งหน้าแบบที่อยากได้เหมือนวันจริงเลย

นัดวันเวลาสถานที่ให้ชัดเจน

พอใกล้งานแล้ว มีเวลาชัดเจน เราก็ควรบอกช่างล่วงหน้าถึงกำหนดการของเรา และสถานที่ หรือห้องที่จะให้ช่างมาเริ่มแต่งหน้าเจ้าสาวให้เรา นัดเวลาให้ช่างมีเวลาเพียงพอที่จะแต่งหน้าทำผมให้กับเรา และก็ควรกำชับเรื่องการตรงต่อเวลา  ทั้งเราและช่าง เพื่อไม่ให้ฤกษ์งามยามดีของเราเสียไป และไม่ให้แขกเสียเวลารอนานด้วยค่ะ

นอกจากนั้นก็ควรจะจัดห้องที่ใช้ในการแต่งหน้าที่ไม่จอแจเกินไป เช่น มีเพื่อนเจ้าสาว และญาติมาใช้ห้องด้วย แออัดกันเป็นสิบๆคน อันนี้ก็ไม่ควรนะคะ ควรเป็นห้องที่ไม่วุ่นวายมากเพื่อให้ช่างมีสมาธิในการสร้างสรรค์ผลงานค่ะ อย่างส่วนใหญ่ก็จะเป็นห้องพักของเรากับเจ้าบ่าวเองเลย

อย่าใช้งานช่างแต่งหน้าหนักเกิน

ถ้าเรามีญาติ คุณแม่ หรือ พี่น้องที่ต้องจ้างช่างแต่งหน้าเช่นกัน ขอแนะนำว่าจ้างอีกทีมเลย แยกออกจากช่างแต่งหน้าของเจ้าสาวอย่างชัดเจน เพราะการใช้ช่างทีมเดียวกันนอกจากจะทำให้เราต้องตื่นเช้ากว่าเดิมแล้ว ยังทำให้ช่างแต่งหน้าต้องรีบเร่งด้วย งานของเราก็อาจจะไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้น จ้างอีกทีมต่างหากเลย ดีที่สุดค่ะ

สุดท้ายการตามหาช่างแต่งหน้าที่ถูกใจ บางทีก็อาจจะไม่ง่ายนัก (อ่านรีวิวช่างแต่งหน้าของเราได้ที่ แต่งหน้าเจ้าสาวใสๆ สไตล์เกาหลี) เป็นกำลังใจให้เจ้าสาว เจ้าบ่าวทุกท่านนะคะ สวัสดีค่ะ