จัดงานแต่งงานโรงแรม
Advice,  Wedding

จัดงานแต่งงานโรงแรม ต้องรู้อะไรบ้าง

การ จัดงานแต่งงานโรงแรม เป็นอะไรที่ค่อนข้างนิยมสำหรับการแต่งงานของคนไทยเราเลยนะคะ อาจจะเป็นเพราะว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบครัน ตั้งแต่ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ จุคนได้ล้นเหลือ การตกแต่งสวยงาม ที่จอดรถ อาหารเลิศรส ห้องพักสำหรับแต่งตัว และใช้ในพิธี เช่น พิธีส่งตัว ได้เลย

สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นตามหาโรงแรมสำหรับจัดงานแต่งงานในฝัน มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าเราควรจะรู้อะไรบ้าง หรือต้องดูอะไรบ้าง

จัดงานแต่งงานโรงแรม

 

จัดงานแต่งงานโรงแรม เลือกทำเลอย่างไร

เดินทางสะดวก อยู่ไม่ไกล อยู่ในทำเลที่รถไม่ติดมาก และยิ่งสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือรถไฟใต้ดินได้ก็จะดี ตั้งแต่ตอนเตรียมงานเราอาจจะต้องเข้าไปดูสถานที่หลายครั้ง บางครั้งพนักงานขายหรือที่เรียกๆกันว่า sales ของโรงแรมก็อาจจะเชิญชวนให้เราไปดูงานของคนอื่นๆที่จัด เผื่อเราจะได้นึกภาพออก หรือไปชิมอาหาร ถ้าโรงแรมอยู่ไกล เราก็ไม่ค่อยสะดวกที่จะไปดูหรือชิมอาหารก่อน รวมทั้งทำเลที่เดินทางง่ายเดินทางสะดวก อาจจะมีรถไฟฟ้า หรือรถไฟใต้ดินผ่าน ก็จะสะดวกแขกที่มานะคะ

จัดงานแต่งโรงแรม

ความจุห้อง

ความจุของห้องขึ้นกับ 2 อย่างนะคะ คือ

  • จำนวนแขก อันนี้เป็นการบ้านของบ่าวสาวก่อนด้วยนะคะ ว่าเราจะประมาณจำนวนแขกซักเท่าไหร่ ส่วนตัวก็จะไล่เป็นกลุ่มๆไป ตั้งแต่เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนตอนมหาวิทยาลัย เพื่อนตอนมัธยม ประถม อะไรก็แล้วแต่ค่ะ แต่อย่าลืมถามคุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่ายด้วยนะคะ ว่าจะประมาณแขกเท่าไหร่
  • ลักษณะงานเลี้ยงของเราจะจัดเป็น โต๊ะจีน บุฟเฟ่ หรือค็อกเทล ซึ่งอันนี้ไม่มีอะไรตายตัว แต่จะมีผลคือ ถ้าเป็นค็อกเทลห้องจะจุคนได้มากขึ้น ในขณะที่ถ้าเป็นบุฟเฟ่ เราจะต้องเสียบริเวณที่ใช้เป็นโต๊ะจัดเรียงอาหารไป

พอได้สเป็กที่ต้องการก็ถามพนักงานขายได้เลย ว่าห้องของโรงแรมถ้าจัดแบบที่เราอยากได้ จะจุได้ซักกี่คน แนะนำว่าไม่ควรเลือกพอดีมาก ควรเผื่อๆตัวเลขให้เยอะกว่าที่ประมาณไว้บ้าง  ห้องจะได้ไม่ดูอึดอัดมาก มีทางเดินระหว่างโต๊ะสะดวก และเผื่อมีคนมามากเกินกว่าที่กะประมาณไว้ เผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาดคะ แต่ก็ไม่ควรเลือกห้องที่ใหญ่ไปด้วย เพราะนอกจากงานจะดูโหร่งเหร่งไปแล้ว ห้องของโรงแรมส่วนใหญ่มีขั้นต่ำ ถ้าแขกเราน้อยกว่าเยอะ เราก็อาจจะต้องเสียส่วนเกินไปฟรีๆค่ะ

วันแต่งของเรายังไม่มีคนจอง

อันนี้ควรจะถามเป็นอย่างแรกๆเลยค่ะ จะได้ไม่เสียเวลาอ่านข้อมูลอื่นๆ อย่างที่บอกค่ะ สำหรับโรงแรมดังๆ มาก่อนได้ก่อน ยิ่งโดยเฉพาะ High season ของงานแต่งงาน ประมาณ ตุลาคมไปจนถึง กุมภาพันธ์ โรงแรมเต็มเร็วมากๆเลย

แพคเกจจัดงานแต่งงานโรงแรม

เวลาจะจัดงานแต่งงานโรงแรม ปกติพอเราติดต่อไป ทางโรงแรมก็จะส่งแพคเกจมาให้เราดูก่อนที่จะไปดูสถานที่จริง ยอมรับว่าตอนแรกอ่านไม่เข้าใจค่ะ เลยอยากอธิบายให้ว่าที่บ่าวสาวทุกท่านเข้าใจว่าจริงๆแล้วง่ายมากค่ะ

แพคเกจของโรงแรมจะแบ่งตามจำนวนแขกเป็นหลักค่ะ แล้วก็ดูว่าจำนวนแขกของเราตกอยู่ใน แพคเกจไหน เราก็จะได้ของอื่นๆ (เช่น เค้ก สมุดอวยพร ช่อดอกไม้ ดอกไม้ตกแต่งงาน) ตามแพคเกจนั้นๆเลยค่ะ แต่บางคนถ้ากะว่าจะไม่ใช้ของโรงแรมของแถมก็อาจจะไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่อยากประหยัดงบ ของแถมจากโรงแรมจะช่วยประหยัดงบได้มากเลยหล่ะ

แพคเกจงานแต่งโรงแรม

ของแถมในแพคเกจโรงแรมที่ช่วยประหยัดได้

ได้แก่

  • ของชิ้นใหญ่ๆที่เป็นพระเอกในงานอย่าง เค้กแต่งงานพร้อมตกแต่งโต๊ะ, แชมเปญทาวเวอร์
  • Accessories เช่น ช่อดอกไม้เจ้าสาว, พวงมาลัยบ่าวสาว, ดอกไม้ติดหน้าอกแขก VIP (เรียกว่า corsage)
  • โต๊ะลงทะเบียน พร้อมตกแต่ง, สมุดอวยพร, กล่องใส่เงิน, ดอกไม้ตกแต่งเวที
  • ซุ้มงานแต่งงาน(หรือบางทีก็ให้เป็น Backdrop สำหรับถ่ายรูปเลย) และ แกลลอรี่ภาพ ส่วนใหญ่โรงแรมจะมีแบบมาตรฐานอยู่ ถ้าบังเอิญเป็นแบบที่ถูกใจเราอยู่แล้ว ก็ถือว่าโชคดีมาก ประหยัดไปได้หลายหมื่นเลยทีเดียว
  • ไฟเวที ,ไฟfollow, จอLCD (สำหรับเปิด Presentation) อย่าลืมสอบถามก่อนนะคะ บางแห่งต้องจ่ายค่าเช่าด้วย
  • bubble(เอาไว้ปล่อยตอนตัดเค้ก), dry ice พวกนี้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ภาพถ่ายสวยงาม บางครั้งก็จะมากับแพคเกจของช่างถ่ายภาพเลย แต่ถ้าเกิดไม่ทีในแพคเกจ แต่อยากได้ก็ลองหาเช่าได้ค่ะ ราค)เท่าที่เคยเคยเห็นประมาณ 5,000-7,000 ต่อ item เลยค่ะ
  • ตัวหนังสือโฟมติดบนเวที
  • ห้องพักบ่าวสาว, ห้องพักแขก

แต่ละโรงแรมจะให้มากให้น้อย ก็แตกต่างกันไปลองเช็คกันดูก่อนตัดสินใจค่ะ

ค่านำเข้า

ส่วนใหญ่แม้โรงแรมจะจัด แพคเกจไว้ แต่ก็อาจจะมีบางอย่างที่เราอยากจ้างคนอื่นเข้ามาทำให้ถูกใจเราค่ะ ซึ่งทางโรงแรมจะมีค่านำเข้า ถือเป็นการมาใช้สถานที่ของเขา ซึ่งเราต้องใส่ใจเหมือนกันค่ะ เพราะเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลย เช่น ค่านำเข้าของตกแต่ง ค่านำเข้าดอกไม้สด ค่านำเข้าวงดนตรีค่านำเข้าซุ้มอาหาร เป็นต้นแอบกระซิบว่าลองต่อรองพนักงานขายดู บางโรงแรมก็สามารถงดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้อยู่

ขนาดของห้อง และขนาดพื้นที่หน้างาน

  • ความสูงห้อง ห้องที่สูงโปร่ง ก็จะช่วยให้รู้สึกไม่อึดอัดนะคะ ส่วนใหญ่ก็จะประมาณ 5-6 เมตร
  • รูปร่างของห้องถ้ายาวมากก็อาจจทำให้ที่นั่งหลังๆ หรือริมห้องมองไม่ค่อยเห็นเวที
  • มีเสากลางห้อง ก็จะทำให้แขกที่นั่งหลังเสามองไม่เห็นเวทีเช่นกันค่ะ
  • พื้นที่หน้างานก็มีความสำคัญมากเช่นกันนะคะ เพราะ เป็นบริเวณที่ใช้ตั้งซุ้มถ่ายภาพ และ แกลเลอรี่ บริเวณนี้ถ้าเล็ก หรือเพดานเตี๊ยมาก ก็จะทำให้ซุ้มถ่ายภาพของเราเล็กและเตี๊ยไปด้วย ส่วนใหญ่ความสูงซุ้มถ่ายภาพอยู่ในช่วง 2.5-3 เมตร และกว้าง 4.8-6 เมตร

เจ้าหน้าที่ดูแลภายในงาน

ถ้าบ่าวสาวคู่ไหนจ้าง organizerดูแลงานอยู่แล้ว ข้อนี้ก็คงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ แต่สำหรับใครที่คิดว่าจะไม่จ้าง เจ้าหน้าที่โรงแรมนี่แหละสามารถกลายเป็น organizer ชั้นดีให้เราได้เลย เจ้าหน้าที่เหล่านี้มีประสบการณ์ค่อนข้างมาก จะช่วยดูแลคิวงาน คิวพิธี (เฉพาะงานเลี้ยงฉลองนะคะ) และดูแลความเรียบร้อยภายในงานได้อย่างดีเลย

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับที่คนที่กำลังคิดจะจัดงานแต่งงานโรงแรมนะคะ ขอให้ความรักหวานชื่นทุกคนค่ะ