ดูฤกษ์แต่งงานที่ไหนดี
Advice,  Wedding

ดูฤกษ์แต่งงานที่ไหนดี มีแบบไหนบ้าง และต้องเตรียมตัวอย่างไร

หลังจากเรียบเรียงแล้วว่าการจัดงานแต่งงานต้องเตรียมอะไรบ้าง ก็จะมาเจอกับคำถามต่อไปว่าจะ ดูฤกษ์แต่งงานที่ไหนดี  เพราะว่าขั้นตอนแรกๆของการเตรียมงานแต่งคือการหาฤกษ์แต่งงาน ขออนุญาตออกตัวก่อนว่า เนื่องจากเราเองก็เป็นคนทั่วไปนี่แหละนะคะ ไม่ได้มีความรู้ทางด้วยโหราศาสตร์ลึกซึ้งมากนัก ก็จะแนะนำสำหรับคนทั่วๆไปอย่างเราที่จะหาฤกษ์แต่งงานนี่แหละค่ะ

ดูฤกษ์แต่งงานที่ไหนดี

จะไปดูฤกษ์แต่งงานต้องเตรียมอะไรบ้าง

ก่อนจะไปถึงการดูฤกษ์งามยามดีของเรา มีคำถามหลายคำถามที่ว่าที่บ่าวสาวควรจะตอบได้ก่อนที่จะไปดูฤกษ์แต่งงานดังนี้ค่ะ

  • ช่วงของปีที่อยากจัดงานแต่งงาน ฤกษ์แต่งงานไม่ว่าเราจะไปดูด้วยวิธีใดจริงๆแล้วมีหลายวันให้เราเลือกนะคะ ดังนั้นอย่างน้อยเราก็ควรกำหนดล่วงเวลาคร่าวๆไว้บ้าง

– ฤดู ฤดูหนาวเรียกได้ว่าเป็น high season ของงานแต่งงานเลยค่ะ เพราะว่าไม่มีฝน เดินทางง่าย อยากจัดงานกลางแจ้งก็ไม่ค่อยเสี่ยงกับฝนเท่าไหร่ และอุณภูมิ ถึงจะร้อนตามสไตล์เมืองไทย แต่ก็ยังสบายๆกว่าฤดูอื่น แต่จริงๆแล้วก็อาจจอยู่ที่ทำเลที่เราจัดงานแต่งงานด้วย ถ้าจัดในโรงแรมจริงๆฤดูก็อาจจะไม่ได้มีผลมากนัก เพียงแค่จะเกี่ยวกับการเดินทางของแขกบ้าง แต่ถ้าเราเลือกจัดงานกลางแจ้ง ในสวน บน Rooftop หรือริมทะเล อาจจะต้องดูทำเล และฟ้าฝนให้ดีเลย

– ตารางงานของเรา หรือตารางเรียนของเรา ช่วงนั้นควรจะมีเวลาว่างที่จะสามารถจัดการงานต่างๆได้ ลาได้ไม่ติดขัดมากนัก จริงๆช่วงก่อนงานประมาณ 3-4 เดือนควรจะเป็นช่วงที่อย่างน้อยเจ้าบ่าว หรือเจ้าสาวคนใดคนหนึ่งมีเวลาว่างมากพอที่จะจัดงาน และดูแลส่วนที่ขาดเหลือได้ก็จะดี

– มีเวลาให้เตรียมงานมากพอนับจากวันที่ได้ฤกษ์ไป ถ้าให้สบายๆก็ประมาณ 5-6 เดือนขึ้นไป ก็จะมีเวลาเตรียมตัวนานหน่อย ค่อยๆทำไป ม่รีบร้อนมาก

  • จัดงานกี่วัน ที่ว่ากี่วันหมายถึงงานแต่งงานของคนไทยส่วนใหญ่จะประกอบด้วยงานพิธี ซึ่งส่วนใหญ่เรียกกันว่า “พิธีเช้า” และ งานเลี้ยง ซึ่งจะจัดเที่ยงหรือเย็นก็ได้ค่ะ 2 พิธีก็มีหลายแบบให้เลือกนะคะ จะจัดแยกวันกัน หรือจัดวันเดียวกันก็ได้ หรือบางคนก็อาจจะต้องจัดหลายที่ ภูมิลำเนาฝ่ายหญิง หนึ่งรอบ ฝ่ายชายหนึ่งรอบ ก็ตกลงกันให้ดีก่อน อย่าลืมปรึกษาผู้ใหญ่ด้วย บางทีผู้ใหญ่ท่านก็มีรูปแบบในใจอยู่แล้ว

– จัดวันเดียวกัน มีข้อดีคือเหนื่อยวันเดียวจบ และค่าใช้จ่ายบางอย่างอาจจะ save ได้มากกว่าโดยเฉพาะงานแต่งเช้าเลี้ยงเที่ยง และแขกอาจจะสะดวกมาครั้งเดียวจบ แต่ข้อเสียคือจะค่อนข้างเหนื่อยค่ะ ในวันนั้น และต้องควบคุมเวลาให้ดีโดยเฉพาะงานพิธีเช้า แล้วต่อด้วยงานเลี้ยงเที่ยงแบบเรานะคะ

– จัดแยกวัน ข้อดีคือไม่เหนื่อยมากในแต่ละครั้ง และถ้างานพิธีเช้ายึดฤกษ์มงคลมากๆ ก็สามารถจัดวันธรรมดาได้ แต่ว่าก็จะเหมือนกับการจัด 2 งาน ค่าใช้จ่ายบางอย่างอาจจะเยอะกว่า แล้วก็ต้องใช้เวลาถึง 2 วัน จริงๆแล้วงานเลี้ยงก็อาจไม่ยึดวันมงคลมาก เอาฤกษ์สะดวกก็ได้ คนส่วนใหญ่ถือวันงานพิธีเป็นสำคัญ หรือบางคนอาจจะมีไอเดียจัด  2 วัน วันหนึ่งจัดสำหรับงานผู้ใหญ่ วันหนึ่งสำหรับงานเพื่อนๆ ก็ทำให้งานสนุกเป็นกันเองดี  อันนี้ก็แล้วแต่แนวคิด ไอเดีย และงบประมาณของแต่งละคู่

  • งานพิธีแบบไทย หรือจีน หรือทั้งไทยทั้งจีน เนื่องจากพิธีของแต่ละแบบไม่เหมือนกัน เวลที่เราไปดูฤกษ์กับหมอดู นอกจากจะได้วันดีแล้ว ก็จะได้เวลาฤกษ์ต่างๆมากด้วย อย่างพิธีไทย เช่น ฤกษ์ขันหมาก ฤกษ์สวมแหวน ฤกษ์รดน้ำสังฆ์ หรือพิธีจีน เช่น ฤกษ์ยกน้ำชา ฤกษ์รับตัวเจ้าสาวเข้าบ้าน เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะต้องตกลงกันก่อนว่าจะจัดพิธีแบบไหน ก่อนที่เราจะไปขอฤกษ์
  • ข้อมูลที่ต้องใช้ในการดูฤกษ์ ได้แก่ วัน เดือน ปีเกิดของว่าที่บ่าวสาว และอย่าลืมเวลาตกฟาก(เวลาเกิด)ของทั้งคู่ด้วย

ดูฤกษ์แต่งงานที่ไหนดี

ดูฤกษ์แต่งงานที่ไหนดี

ฤกษ์แต่งงานในสังคมไทยเราก็มักจะอยากได้วันดี วันเป็นศิริมงคลตามหลักโหราศาสตร์ซะมากกว่า (จะเป็นดวงดาวดวงจันทร์ยังไงก็ไม่ทราบเหมือนกันนะคะ) จะหาจากไหนก็แล้วแต่ความสะดวก และงบประมาณของเรา

  • หมอดู หรือซินแสดูฤกษ์แต่งงาน ส่วนใหญ่ลอง search หาในอินเตอร์เน็ต ถ้าเป็นหมอดู หรือซินแสโทรนัดจองคิว  ราคาค่าดูก็มีตั้งแต่หลัก 1,000 จนถึงหลายพัน แล้วแต่ความดังความฮิตของหมอแต่ละท่านค่ะ ที่สำคัญคืออย่าลืมโทรนัดหมายก่อนค่ะ ที่เรารู้จักจะมีหมอไพศาล อ.วีณา และหน่ำเอี๊ยง เพื่อนๆลองหาข้อมูลดูนะคะ
  • พระ ส่วนใหญ่ก็แล้วแต่ว่ามีพระที่ตนนับถือ หรือครอบครัวเคารพนับถือ หรือเป็นพระที่ดังในเรื่องการให้ฤกษ์แต่งงาน อันนี้ก็แล้วแต่พื้นที่ เรื่องค่าดูส่วนใหญ่ก็แล้วแต่เราถวายปัจจัย ท่านไม่ได้คิดราคาอยู่แล้ว ในกรุงเทพที่ดังก็จะมี วัดทองเพลง วัดสร้อยทอง วัดอาวุธวิกสิตาราม วัดทุ่งสาธิต (credit จาก Pantip)
  • ฤกษ์สะดวก บางคู่ที่อยากได้แบบง่ายๆก็อาจจะ search หาวันมงคล หรือดูวันมงคลในปฏิทินจีนก็ได้นะคะ แล้วก็เลือกวันเอาเลย อยากได้วันอะไร ช่วงไหน วันเสาร์ ์ หรือวันอาทิตย์ หรือวันธรรมดาก็เลือกได้เลยตามสะดวก บางทีฤกษ์ที่สะดวกและสามารถจัดงานได้ราบรื่น ก็อาจจะเป็นวันเวลาที่ดีที่สุดสำหรับงานแต่งงานของเราก็ได้ค่ะ ^^

มี ฤกษ์แต่งงานมงคลแล้ว แต่ก็อย่าลืมความรัก ความเข้าใจที่คู่รักควรมีให้กันนะคะ happy wedding ค่ะ