งานแต่งต้องเตรียมอะไรบ้าง
Advice,  Wedding

จัดงานแต่งงานต้องเตรียมอะไรบ้าง : Wedding Checklist

พอเราตกลงกันว่าจะจัดงานแต่งงาน คนอย่างเราๆที่ไม่ได้ทำงานในวงการ wedding หรือว่าแทบจะยังไม่เคยช่วยใครจัดงานแต่งงานเลย ก็คงมีคำถามแรกผุดขึ้นมาทันทีค่ะว่า จะ งานแต่งงานต้องเตรียมอะไรบ้าง ??? ว่าที่เจ้าสาว และเจ้าบ่าวหลายๆท่านคงเคยได้ยินมาก่อนว่า การจัดงานแต่งงาน วุ่นวายมาก มีสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนแต่งงานหลายอย่าง พอถึงคราวเราต้องจัดบ้าง ตอนแรกก็งงมากค่ะ ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มตรงไหนก่อน เริ่มตรงไหนดี อะไรรีบ อะไรไม่รีบ ปวดหัวมากค่ะ

แต่วันนี้เราจะขอนำเสนอตัวช่วยที่เราใช้ในการวางแผนจัดงานแต่งงานของเรานะคะ มันคือ Wedding Checklist ค่ะ หรือจะเรียกว่ามันเป็นแบบขั้นตอนการเตรียมงานแต่งงานก็ได้ ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่า การจัด งานแต่งงานต้องเตรียมอะไรบ้าง อะไรทำก่อน อะไรทำทีหลัง ยอมรับว่าจริงๆตอนจะเตรียมงานก็หาข้อมูลเอาค่ะ พอได้ลงมือทำเอง และเริ่มเห็นงานเป็นรูปเป็นร่าง ก็เริ่มเข้าใจ และอยากเอามาแชร์สำหรับว่าที่เจ้าสาว เจ้าบ่าวทุกท่านค่ะ

งานแต่งงานต้องเตรียมอะไรบ้าง, สิ่งที่ค้องเตรียมก่อนแต่งงาน แนะนำก่อนว่าที่จะแชร์กันวันนี้อาจจะไม่ต้องทำตามเป๊ะก็ได้นะคะ ในรายละเอียดของรูปแบบงานของแต่ละคู่อาจแตกต่างกันไปค่ะ แล้วก็บทความนี้อยากให้เห็นภาพรวมก่อน ส่วนในรายละเอียดจะทยอยเล่าต่อๆไปนะคะ

เริ่มต้นวางแผนจัดงานแต่งงานของเราจะแบ่งสิ่งที่ต้องเตรียมออกเป็น 4 ส่วน เรียงตามเวลาก่อนหลังที่ต้องเตรียมดังนี้นะคะ

หนึ่ง เตรียมสถานที่จัดงานแต่งงาน

แน่นอนค่ะ เริ่มต้นวาดภาพงานแต่งงานของเราก็ต้องมีห้อง มีสถานที่ก่อนใช่มั๊ยคะ เพราะฉะนั้นสถานที่จัดงานแต่งงานจะมาข้อแรกเลยค่ะ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเริ่มหาตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างน้อยล่วงหน้า  7-8 เดือนเลยก็จะดีนะคะ และยิ่งสถานที่ที่ฮิตมากๆ บางทีก็ต้องจองกันข้ามปีเลยค่ะ

พอเราเริ่มจะวางแผนเตรียมสถานที่ จริงๆแล้วต้องนำมาด้วยคำถามหลายข้อที่ต้องตอบก่อนค่ะ ได้แก่

  1. หาฤกษ์งานแต่งงาน และเวลาด้วยนะคะ งานของคนไทยเรามักแยกเป็นงานพิธีการ หรือที่เรียกกันว่างานเช้า และงานเลี้ยง ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครอยากจัดตอนเช้าตอนเย็น ขั้นตอนนี้ควรตอบได้ว่า งานเช้างานเลี้ยงอย่างจัดตอนไหน วันเดียวกันมั๊ย งานเลี้ยงจะเช้าหรือเย็น จะได้คุยกับสถานที่ถูกนะคะ ว่าเราอยากจะจองเขาช่วงไหนค่ะ
  2. จำนวนแขก จริงๆเราคงยังไม่ได้จำนวนเป๊ะหรอกค่ะ แต่แค่คิดคร่าวๆ เพื่อนเราตั้งแต่สมัยเรียน ทำงาน ญาติ และอย่าลืมแขกของคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ อย่างตอนเราคำนวณก็ลองถามคุณพ่อคุณแม่ดูว่าเพื่อนๆที่สนิทน่าจะมาประมาณกี่คน และลองคิดว่าเราอยากเชิญเพื่อนกลุ่มไหนบ้างมาบวกกันดูค่ะ ข้อนี้ควรเตรียมเพราะจะเกี่ยวข้องกับขนาดสถานที่ และลักษณะงานด้วยค่ะ อย่างบางคนอยากจัดในร้านอาหาร แต่คำนวณจำนวนแขกจริงๆ 500 คน ก็จะหาร้านอาหารที่รองรับแขกเท่านั้นได้ยากค่ะ
  3. ลักษณะของงาน เช่น จัดในสวน จัดในโรงแรม จัดแบบชาวคริสต์ งานเล็ก หรืองานใหญ่ อันนี้อาจจะต้องถามความเห็นของบุคคลสำคัญทั้งหมดที่มีส่วนในการตัดสินใจ บางทีแค่เราบ่าวสาวอาจไม่พอ ก็อาจจะต้องถามความเห็นญาติผู้ใหญ่ด้วยค่ะ
  4. กำหนดงบประมาณคร่าวๆที่เรารับได้ ก็มีตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลายล้านค่ะ ในความเห็นส่วนตัวคิดว่าค่าสถานที่รวมกับอาหารที่เลี้ยงในงานเลี้ยง จะคำนวณคร่าวๆประมาณ 40-60% ของงบที่ตั้งไว้ค่ะ ข้อนี้จะช่วยให้เราคุมงบประมาณตอนที่เราเลือกสถานที่ได้ค่ะ
  5. ลุยเดินสายดูสถานที่จริงค่ะ ซึ่งสิ่งแรกๆที่ต้องดูก็ตามหัวข้อที่เราคิดกันไว้ก่อนดูสถานที่ค่ะ คือ ว่างในวันที่เราต้องการ รองรับจำนวนแขกได้ ลักษณะสถานที่ตรงตามที่คิดไว้ และงบประมาณที่เหมาะสม นอกนั้นก็เป็นในรายละเอียดอื่นๆ เพื่อนๆคงต้องติดตามกันต่อไปก่อนนะคะ ^^

สอง จองสิ่งที่ต้องจองล่วงหน้า

(เพราะพวกเขาเหล่านั้นรับงานได้แค่วันละ 1 งานเท่านั้น) เมื่อเราวางแผนจัดงานแต่งงานของเราผ่านข้อแรกมา เราจะมีวันและสถานที่จัดงานแน่นอนแล้วค่ะ ซึ่งเราจะต้องใช้ในการจองสิ่งอื่นๆที่จะตามมา โดยในหัวข้อนี้ อยากให้เลือกดูแต่เนิ่นๆค่ะ เพราะทีมงานหรือบุคคลเหล่านี้มักจะรับงานได้แค่วันละ 1 งานเท่านั้น ถ้าเราช้าอดหมดสิทธินะคะ สิ่งที่เราต้องวางแผนจองตั้งแต่เนิ่นๆมีดังนี้ค่ะ

  • ช่างแต่งหน้าทำผม  เพราะโดยเฉพาะช่างแต่งหน้าเจ้าสาวดังๆมักจะจองคิวกันล่วงหน้าอย่างน้อยก็ 5-6 เดือนเลยค่ะ
  • ช่างถ่ายภาพ วิดิโอ (Cinematoraphy) รวมไปถึงช่างภาพ pre wedding อันนี้ก็เช่นกันค่ะ สำหรับช่างกล้องชื่อดัง ใครๆก็อยากให้มาถ่ายภาพวันสำคัญให้นะคะ
  • ฝ่ายตกแต่งงาน โดยเฉพาะ ซุ้มงานแต่งงาน หรือ ที่เรียกกันว่า backdrop ถ่ายภาพ และแกลลอรี่ภาพ ชอบผลงานแบบไหน ร้านไหนจองไว้ก่อนเลยดีที่สุดค่ะ
  • วงดนตรี สำหรับว่าที่บ่าวสาวที่น้องการดนตรีสดนะคะ แต่ถ้าเปิดเพลงเอาก็สบายค่า

สาม สั่งทำสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการทำหรือผลิตค่ะ

หัวข้อนี้อันที่จริงถ้าทำเร็วได้ก็ดีค่ะ แต่ที่แยกจากหัวข้อที่สอง เพราะว่าทั้งหมดนี้สิ่งของ ขอแค่ทำให้เสร็จทันก็พอ แต่ไม่ได้เป็นคิวกำหนดวันแบบข้อสองที่ต้องมีทีมงานมาในวันจริง

  • ชุดแต่งงาน ทั้งของว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวค่ะ โดยเฉพาะคุณเจ้าสาว ถ้าต้องการตัดชุดใหม่ต้องเผื่อเวลาให้ช่างตัดเสื้อรังสรรค์ผลงานละเอียดสำหรับวันแต่งงานที่พิเศษของเรานะคะ อย่างน้อย 4-6 เดือนเลยค่ะ
  • แหวนแต่งงาน ถ้าต้องสั่งทำใหม่ให้พอดีไซส์ก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันนะคะ อย่างน้อยก็ต้อง 1-2 เดือนค่ะ
  • พิมพ์การ์ดแต่งงาน เวลาที่ดีในการเริ่มแจกการ์ดเชิญคือ 1-3 เดือนก่อนงานนะคะ ถ้าไกลเกินไปแขกก็อาจจะลืมค่ะ แต่ถ้าใกล้เกินไปก็อาจจะเคลียธุระไม่ทันค่ะ
  • ของชำร่วย อันนี้ก็ต้องเผื่อเวลาผลิตให้กับร้านเช่นกัน
  • พรีเซ้นเทชั่นงานแต่งงาน (Wedding presentation )ในกรณีที่จ้าง studioหรือบริษัทนะคะ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาตัดต่อกันประมาณ 1 เดือน แต่ต้องเผื่อเวลาคิวยาวด้วยค่ะ บางครั้งจองแล้วกว่าจะได้ถ่ายทำอีก 1-2 เดือนก็มีค่ะ
  • ชุดเพื่อนเจ้าสาว เพื่อนเจ้าบ่าว บางคนอาจจะรวมไปถึงชุดของคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ ในงานของเราเพื่อนเจ้าสาวเพื่อนเจ้าบ่าว ก็เป็นสีสันของงานเช่นกัน อย่าลืมดูแลเพื่อนๆที่มาร่วมแสดงความยินดี และช่วยงานเราด้วยค่ะ

สี่ เตรียมของจิปาถะ

ถ้าทำจนมาถึงหัวข้อนี้ตั้งแต่เนิ่นๆก็ค่อนข้างชิวแล้วค่ะ หัวข้อนี้เป็นการเติมเต็มข้าวของอื่นๆที่ต้องใช้ในวันงานให้ครบ ได้แก่

  • เตรียมของอื่นๆสำหรับตัวเอง เช่น รองเท้าเจ้าสาว และรองเท้าเจ้าบ่าว เครื่องประดับ veil เป็นต้น
  • เตรียมของอื่นๆในงาน ได้แก่ ของชำร่วย ของรับไหว้ พานขันหมาก อุปกรณ์ยกน้ำขา และรดน้ำสังฆ์ สมุดคำอวยพร ปากกา กล่องใส่ซอง ช่อดอกไม้ ดอกไม้ข้อมือเพื่อนเจ้าสาว ดอกไม้ติดหน้าอกแขกผู้ใหญ่

ห้า วางแผนงานก่อนวันจริง

จะถึงวันงานแล้วก็ควรมีการซักซ้อมคิว ลำดับพิธีการ และคนที่รับผิดชอบงานแต่ละส่วน ให้พร้อมและสุดท้ายมีความสุขกับวันสุดพิเศษของเราค่ะหวังว่าบทความนี้จะช่วยตอบคำถามว่าที่บ่าวสาวทุกท่านได้นะคะ ว่าการจัด งานแต่งงานต้องเตรียมอะไรบ้าง ขอให้งานแต่งงานของทุกท่านราบรื่นนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ